***เจาะลึก Yu Yu Hakusho หรือ คนเก่งฟ้าประทาน องก์ที่ ๑
posted on 07 Nov 2009 01:44 by aillinks in Yu-Yu-Hakusho
YuYu Hakusho (幽☆遊☆白書 YūYū Hakusho or YuYu Hakusho, Spirits Wander White Book, ซึ่งมีความหมายถึง "Ghost Files" / "Poltergeist Report", ทั้งหมดนี้เป็นชื่อเรียกเรื่องแบบหลากหลายของ YuYu HAKUSHO) เป็นการ์ตูนแอคชั่นต่อสู้กึ่งแฟนตาซีที่แต่งโดย อ.Yoshihiro Togashi ผู้แต่งเรื่องเดียวกับ Hunter X Hunter นั่นเองค่ะ (HXH เป็นผลงานลำดับถัดมาต่อจาก YYHค่ะ) เคยออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. (หรือ โมเดิร์นไนน์ทีวี ในปัจจุบัน) ในช่วงช่อง 9 การ์ตูน (หรือ โมเดิร์นไนน์การ์ตูน ในปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2541

สำหรับฉบับการ์ตูนนั้นได้ตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Shueisha's Weekly Shonen Jump. แบ่งเป็น 175 ตอน ตีพิมพ์มีทั้งหมด 19 เล่มจบค่ะ (ลิขสิทธิ์ในไทยโดย SIC สยามอินเตอร์คอมมิคส์ค่ะ ซึ่งปัจจุบันหาซื้อหนังสือได้ยากเอาการอยู่ค่ะ เพราะฉบับจัดพิมพ์ใหม่ล่าสุดที่ทางสยามฯทำก็ออกมาตั้งแต่ช่วงปี 2548-2549) YYH ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ Shogakukan Manga Award for shōnen ในปี1994 ด้วย ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้จัดพิมพ์จำหน่ายในNorth America ผ่านทางตัวแทนของ VIZ Media's Shonen Jump.
สำหรับเวอร์ชันanime ทำออกมาทั้งหมด 112 ตอน (ไม่รวมภาค Movie อีก 2 ตอน และตอนพิเศษอื่นๆอีก) ซึ่งบทภาพยนต์กำกับโดยคุณNoriyuki Abe และจัดทำการฉายโดยสถานี Fuji Television ในส่วนของภาคมูฟวี่นั้นประกอบด้วย"The Golden Seal" and "Bonds of Fire" สำหรับลิขสิทธิ์ในอเมริกาเหนือเริ่มมีตั้งแต่ปี 2001 บริษัทที่ได้ลิขสิทธิ์ไปคือ FUNimation เริ่มฉายผ่านทางสถานีUS TV เมื่อ February 2002 ช่องCartoon Network's Adult Swim block.
ตอนพิเศษอื่นๆนอกเหนือจาก 112 ตอนและภาคมูฟวี่แล้ว มีตอนพิเศษเรียงลำดับตอนดังนี้ (จัดทำเป็น Original Animated Videos ซึ่งมีการฉายและจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น หากใครต้องการดูตอนพิเศษนี้ ถ้าจำไม่ผิดปัจจุบันก็หาดูได้จากใน youtube นะคะ เพียงแต่ต้อง search กันมันส์หน่อยล่ะนะ)
- Yu Yu Hakusho: Ankoku Bujutsukai (2 Volumes)
- Yu Yu Hakusho II: Yusuke Volume (ภาคยูสึเกะ)
- Yu Yu Hakusho II: Kurama Volume (ภาคคุราม่า)
- Yu Yu Hakusho II: Hiei Volume (ภาคฮิเอ)
- Yu Yu Hakusho II: Kuwabara Volume (ภาคคุวาบาร่า)
- Opening Ending Encyclopedia (คล้ายๆเป็นเหมือนวีดีโอรวม MV เพลงเปิดปิดของเรื่องทั้งหมด รวมถึงมีบทสัมภาษณ์นักพากย์ตัวละครหลักทั้ง 4 คนด้วย)
- Recap Guide Complete Advance Set (3 Volumes)
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มจอมเกเร อุราเมชิ ยูสึเกะ จากการเข้าไปช่วยเด็กน้อยให้พ้นจากอุบัติเหตุกลับทำให้เขาต้องเสียชีวิตแทน ด้วยความดีนี้ทำให้โลกวิญญาณให้โอกาสเขาฟื้นคืนชีพได้ (เป็นกรณีพิเศษร้อยปีมีครั้ง จะได้จากการตายที่แม้แต่พระพุทธเจ้ายังคิดไม่ถึง เพราะยูสึเกะทำไปโดยไร้ความคิด) และมีชีวิตอยู่ในฐานะของ "นักสืบโลกวิญญาณ" คอยจัดการกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิญญาณและปิศาจต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์
ตัวละครจากซ้ายไปขวานะคะ Hiei, Yusuke, Kurama , Kuwabara
Yusuke Urameshi (浦飯 幽助 Urameshi Yūsuke) เด็กหนุ่มจอมเกเร ชอบโดดเรียน ทะเลาวิวาทตั้งแต่อายุ 14 แต่ลึกๆแล้วก็เป็นคนดี ซึ่งมาปรากฏชัดในตอนที่เขายอมสละชีวิตตนเอง เพื่อช่วยชีวิตเด็ก ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุ จึงได้รับการทดสอบเป็นนักสืบโลกวิญญาณ พลังของยูสึเกะคือการยิงกระสุนพลังวิญญาณออกจากนิ้วมือ ชื่อท่าไม้ตายคือ Rei Gun ( เวอร์ชันฝรั่งใช้คำว่า Spirit Gun ) สำหรับไทยใช้ท่ากระสุนพลังจิต ยูสึเกะได้รับถ่ายทอดวิชาจากปรมาจารย์ Genkai ซึ่งเป็นยอดนักสู้และเชี่ยวชาญทางวิชาคลื่นวิญญาณ ในภาคหลังๆเราจะได้ทราบว่าตัวจริงของเขามีเชื้อสายเผ่าปีศาจอยู่ (มีพ่อเป็นปีศาจ แม่เป็นเชื้อสายมนุษย์ ซึ่งทั้งหมด เป็นผลจากการผ่าเหล่าทางพันธุกรรมของปีศาจ - เนื้อเรื่องมีเฉลยถึงที่มาที่ไปในส่วนนี้ด้วย)
Kazuma Kuwabara (桑原 和真 Kuwabara Kazuma) เป็นหนึ่งในหัวโจกของโรงเรียนมัธยมคารายะซึกิ เป็นรองแค่อุราเมชิ ยูสึเกะเท่านั้น ภายนอกดูเป็นคนเถื่อน หยาบคาย แต่ใจจริงเป็นคนดี รักเพื่อนพ้อง และชอบเลี้ยงแมวมาก แม้คุวาบาระจะเป็นมนษย์ธรรมดา (หากเทียบกับเพื่อนอีกสามคนที่เป็น(ครึ่ง)ปีศาจ) ยังเป็นผู้ที่มีสัมผัสทางด้านพลังวิญญาณในขั้นยอดเยี่ยมอีกด้วย พลังของคุวาบาระคือการเปลี่ยนพลังวิญญาณให้อยู่ในรูปของดาบ Rei Ken หรือดาบพลังจิต ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปร่างและยืดเข้ายืดออกได้ตามใจผู้ใช้
Keiko Yukimura (雪村 螢子 Yukimura Keiko) / Kayko Yukimura - เพื่อนของยูสึเกะตั้งแต่สมัยเด็กๆ ชอบทะเลาะกับยูสึเกะเป็นประจำ นับว่าเธอเป็นคนสวยเลยทีเดียว บ้านของเคโกะเปิดร้านขายอาหาร เธอช่วยพ่อแม่ทำอาหารเป็นประจำจึงมีฝีมือด้านการทำอาหารอยู่พอตัว ตอนที่ยูสึเกะได้รับการคืนชีพ เคโกะก็ช่วยมอบพลังชีวิตทำให้ยูสึเกะสามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง ในการประลองยุทธในโลกมืด เธอมาเชียร์ยูสึเกะด้วย
Koenma (コエンマ Koenma) – แม้รูปลักษณ์จะดูเหมือนเด็กทารกแต่จริงๆแล้วมีอายุมากถึง 700 ปี บุตรชายของจ้าวยมบาลแห่งโลกวิญญาณ หรืออีกชื่อคือ "มัจจุราชน้อย" เป็นผู้ที่เฝ้าดูการเดินทางของยูสึเกะมาตั้งแต่แรก และคอยดูแลมอบหมายภารกิจต่างๆให้ ในเนื้อเรื่อง ยามที่ต้องลงมาโลกมนุษย์ จะเปลี่ยนร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม (แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยคาจุกนมไว้ในปากเหมือนเดิม)
Botan (ぼたん Botan) - หนึ่งในภูตวิญญาณหลายร้อยตนที่อาศัยอยู่ในโลกวิญญาณ (ภูตวิญญาณแบบโบตั๋นเป็นประเภทหนึ่งของ shinigami หรือยมฑูตนั่นเอง) วิญญาณที่คอยนำทางยูสึเกะในช่วงที่ยูสึเกะเข้าสู่นรกครั้งแรก และหลังจากนั้นเป็นผู้ที่นำคำสั่งจากโคเอนม่ามาให้ยูสึเกะตลอด โดยปกติมีหน้าที่คอยนำทางเหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายจากโลกมนุษย์ให้เดินทางมาสู่ยมโลกโดยปลอดภัย เพื่อที่เหล่ามัจจุราชจะได้ตัดสินความดีงามของแต่ละคนต่อไป
Jaganshi Hiei (飛影 Hiei) a.k.a. Hiei of the Evil Eye ( หรือปีศาจพันตาฮิเอ) - ฮิเอนั้นจัดอยู่ในกลุ่มปีศาจผู้ใช้ไฟ ( ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า hi yōkai) ถือกำเนิดจากสาวหิมะแห่งแดนน้ำแข็งในโลกปีศาจ ( สาวน้ำแข็ง = Kōrime (氷女 Ice Maiden)) ในฐานะตัวกาลกิณี จึงต้องถูกขับไล่ออกไป จากนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างโจรมาตลอด แต่ก็เป็นที่กล่าวขานเนื่องจากเป็นอัจฉริยะด้านการฆ่าฟัน กระทั่งได้พบกับยูสึเกะในโลกมนุษย์ ฮิเอะไม่ได้เต็มใจมาเข้าพวกสักเท่าไหร่ แต่ก็ฝีมือการต่อสู้ก็พึ่งพาได้เสมอ พลังของฮิเอะคือการควบคุมเพลิงของโลกปิศาจในรูปของมังกรดำ เขามีความสามารถเป็นเลิศด้านความว่องไวและเชิงดาบมากที่สุดในกลุ่มเพื่อน อีกทั้งยังมีความสามารถจากนัยน์ตามาร "Jagan" (Evil Eye)(邪眼術)
ในบรรดากลุ่มเพื่อนทั้งสี่ มีฮิเอกับคุวาบาระที่พอสร้างสีสันให้เรื่องได้ด้วยความที่ทั้งคู่ชอบทะเลาะมีปากมีเสียงกันประจำ. ฮิเอนั้นมีน้องสาวฝาแฝดอยู่หนึ่งคือ ยูกินะ ซึ่งพลัดพรากจากกันตั้งแต่ยังทารก ภายหลังเพื่อตามหาตัวยูกินะให้พบหลังจากทราบข่าวว่าเธอหายตัวไปจากแดนน้ำแข็ง จึงไปหาหมอแห่งโลกปีศาจเพื่อให้ปลูกถ่ายตามารให้กับเขาจะได้มีความสามารถออกตามหายูกินะได้สะดวกขึ้น
Kurama (蔵馬 Kurama), หรือชื่อในฐานะมนุษย์คือ มินามิโนะ ชูอิจิ (南野 秀一 Minamino Shūichi) ปีศาจมีพลังวิเศษในการใช้พืชเป็นอาวุธอยู่ในโลก ในอดีตคือปิศาจจิ้งจอกสีเงินหรืออีกชื่อคือ Yoko Kurama (妖狐蔵馬 Yōko Kurama) ปีศาจผู้ไร้ความปราณีและขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมจากโลกปิศาจ แต่ถูกตามล่าในเวลาต่อมาจนต้องหนีมารวมกับวิญญาณเด็กในท้องของหญิงสาวคนหนึ่งบนโลกมนุษย์ พลังของคุรามะคือการใส่ไอวิญญาณลงในพืช ทำให้เขาควบคุมพืชได้ดั่งใจ และเปลี่ยนมันเป็นอาวุธที่ร้ายกาจได้ด้วย หลังจากที่เกิดมาในฐานะเด็กมนุษย์ คุรามะตั้งใจไว้ว่าหากฟื้นคืนพลังปีศาจสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะจากครอบครัวของตนเองในโลกมนุษย์ไปทันที จนกระทั่งวันหนึ่ง คุรามะได้รู้ซึ้งถึงความรักของแม่ที่มีให้ตนเองอย่างมาก ทำให้ลังเลและเปลี่ยนใจไม่ทำแบบที่ตัดสินใจไว้ตอนแรกคุรามะสามารถแปลงร่างให้เป็นร่างที่แท้จริงคือปีศาจจิ้งจอกรูปงาม โยโค คุรามะได้ ซึ่งถ้าแปลงเป็นร่างนี้ได้ ค่าพลังความสามารถในการต่อสู้จะเพิ่มขึ้นหลายเท่า
ในบรรดาเพื่อนทั้งหมด คุราม่าเป็นคนที่สุขุม ฉลาด และเยือกเย็นที่สุดแล้ว จนบางครั้งออกจะดูเจ้าแผนการและเจ้าเล่ห์หน่อยๆด้วยซ้ำนะ
Genkai (幻海 Genkai)
- อาจารย์ของยูสึเกะ มีพลังวิญญาณสูงมาก ปรากฏตัวในช่วงที่ยูซึเกะได้รับคำสั่งจากโบตั๋นให้ไปตามหาปีศาจที่ปลอมตัว ในสำนักฝึกวิชาของเก็นไค และปรากฏตัวอีกครั้ง ในฐานะนักสู้ผ้าคลุมหน้า ในช่วงการประลอง แม้ภายนอกจะดุด่าและเข้มงวดกับยูสึเกะมาก แต่ใจจริงแล้วเป็นห่วงยูสึเกะและเพื่อนผองของเขาไม่น้อยเลย
Yukina (雪菜 Yukina) - ice yōkai (An "Ice Maiden" 氷女 Kōrime) ธิดาหิมะ น้องสาวฝาแฝดของฮิเอ แต่ใบหน้าและลักษณะนิสัยไม่มีความคล้ายคลึงกับฮิเอเลยแม้แต่น้อย ออกเดินทางตามหาพี่ชายจนหลงเข้ามาในโลกมนุษย์ และถูก ทารุคาเนะ กอนโซ จับตัวขังไว้ในเขตอาคม ทารุคาเนะทรมานยูกินะด้วยวิธีการต่างๆ นานา เพื่อให้เธอหลั่งน้ำตาออกมา เพราะน้ำตาของธิดาหิมะ เมื่อหลั่งออกมาแล้วจะแข็งตัว กลายเป็น "หินหยาดน้ำตา" อัญมณีที่มีราคาสูงยิ่ง ยูกินะต้องทนอยู่ในสภาพนั้นเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งยูสึเกะกับคุวาบาระเข้าไปช่วยเหลือเธอออกมาตามคำสั่งของโลกวิญญาณ
- อุราเมชิ อาสึโกะ (浦飯温子)
- แม่ของยูสึเกะ คลอดยูสึเกะเมื่อตอนอายุ 15 ปี แม้จะทำตัวสำมะเลเทเมาไปบ้าง ทั้งชอบกินเหล้า และติดการพนัน แต่ก็รักและห่วงยูสึเกะมาก
- คุวาบาระ ชิซึรุ (桑原静流)
- พี่สาวคนสวยของ คุวาบาร่า คาซึมะ (แข็งแรงกว่าคุวาบาระอีก) อายุประมาณ 18 ปี มีพลังวิญญาณแรงกล้าเหมือนน้องชาย ปากร้ายเป็นบางครั้ง เป็นที่พึ่งของน้องๆได้ดี ตอนประลองยุทธในโลกมืดก็มาช่วยเชียร์กะเค้าเหมือนกัน
- จ้าวยมบาล (エンマ大王)
- จ้าวยมบาลแห่งโลกวิญญาณ ผู้ปกครองโลกวิญญาณ คอยดูแลเหล่าวิญญาณทั้งมนุษย์และปีศาจต่างๆ
- ปู (プー)
- สัตว์วิญญาณของโลกวิญญาณ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณเจ้าของได้ โดย ปู นั้นเป็นสัตว์วิญญาณของยูสึเกะ ซึ่งได้รับจากโคเอ็นม่า โดยตอนแรกที่ฟักออกมาจากไข่เป็นเพียงลูกนกตัวเล็ก อ้วนๆ เท่านั้น
Plot Story arcs แบ่งหลักๆของเนื้อเรื่องได้เป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ
- Spirit Detective Saga เริ่มเรื่องจนถึงยูสึเกะได้เป็นศิษยเก็นไค
- Dark Tournament Saga ภาคต่อสู้กับโทงุโระในศึกประลองโลกมืด
- Chapter Black Saga ภาคเซ็นซุย
- Saga of the Three Kings ภาคโลกปีศาจ
Terms คำศัพท์ที่ควรทราบในเนื้อเรื่อง
Ningenkai คือ โลกมนุษย์
Reikai หรือที่รู้จักกันคือโลกวิญญาณ เป็นดินแดนหลังความตายทั้งสำหรับมนุษย์และปีศาจ
Makai = โลกปีศาจ
Meikai เสมือนเป็นดินแดนนรกอเวจี ที่มักใช้เป็นสถานที่กักขังหรือผนึกเหล่าปีศาจที่ตายไปแล้ว
Reiki พลังงานในรูปคลื่นวิญญาณที่เกิดจากมนุษย์.
Seikouki Sacred energy possessed by Shinobu Sensui and some inhabitants of Reikai. (อันนี้ไม่รู้จะแปลไทยยังไงดีเลยขอทับศัพท์ไปเลยนะคะ^^’’)
Youki = คลื่นพลังของปีศาจแต่ละตน
จากในเนื้อเรื่องจะเห็นว่าระดับความเก่งกาจของปีศาจนั้นหรือแม้แต่เหล่าคนที่มีพลังวิญญาณสามารถดูลำดับขั้นได้คร่าวๆจากการจัดแบ่งเกรดตามระดับสูงต่ำของโลกวิญญาณ โดยระดับนั้นเริ่มตั้งแต่ต่ำสุดไปสูงสุดคือ E>D>C>B>A>S ซึ่งในแต่ละระดับยังแบ่งย่อยออกได้อีกหลายกลุ่ม เช่น ปีศาจคลาส B ยังแบ่งเป็นส่วนต้น ส่วนกลาง และส่วนสูงสุด นั่นเอง ดังจะเห็นได้จากรายละเอียดข้างล่างนี้ค่ะ
หมายเหตุ:: การคาดการณ์ค่าพลังของแต่ละคนอาศัยข้อมูลจากในมังงะและอนิเมที่เราได้ดูและวิเคราะห์เองนะคะ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่า(ค่าตัวเลขหลังนี้บ่งบอกถึงค่าระดับพลังปีศาจที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดแบ่งนะคะ)
Middle E-class 100 >> เช่นพวกสัตว์ปีศาจชั้นต่ำทั่วไป, ยูสึเกะ กับ คุวาบาระ ตอนเริ่มเรื่องต้นๆ
Middle D-class 2,000 >> ฮิเอในช่วงแรกที่เปิดตัวและสู้กับยูสึเกะ
Middle C-class 24,000 >> จิน ,โทยะ, ชู และคู่ต่อสู้คนอื่นๆในการประลองกับพวกยูสึเกะในรอบแรกๆเป็นต้น
Middle B-class 80,000 >> โทงุโระคนน้อง จัดอยู่ในกลุ่ม High B-class, ส่วนฮิเอ, คุราม่า ช่วงภาคDark tournament ยังอยู่ในระดับ กลางๆของ B-class สำหรับยูสึเกะในช่วงที่สู้กับโทงุโระจนชนะ น่าจะอยู่ระดับ High B-class
Low A-class >> คุวาบาระหลังเสร็จศึกสู้กับเซ็นซุย
Middle A-class 120,000 จิน,โทยะ,ชู,รินคุ, ชิชิวากะมารุ, ซูซูกิ ในภาคโลกปีศาจ หลังผ่านการฝึกหฤโหดที่คุราม่าแนะนำให้มาฝึกวิชากับเก็นไค
High A-class >120,000 >> ฮิเอและคุราม่าตอนสู้กับเซ็นซุยหลังจากยูสึเกะโดนฆ่าตาย
Low S-class 150,000 >> เซ็นซุย, ยูสึเกะหลังเสร็จศึกกับเซ็นซุย ,คุรามะในภาคโลกปีศาจตอนไปหาโยมิ สำหรับฮิเอนั้นไม่แน่ใจว่าอยู่ระดับ low S-class หรือ middle S-class กันแน่นะคะ
Middle S-class 200,000 >> ยูสึเกะหลังฝึกวิชากับพวกไรเซ็นตอนมาโลกปีศาจใหม่ๆ
High S-class >1,000,000+ โยมิ ,ไรเซ็น,มุคุโระ , และเหล่าเพื่อนๆอดีตคู่กัดของไรเซ็นทั้งกลุ่ม
Theme songs
- Opening
- Ending
o "Homework ga Owaranai" (The Homework is Never Ends) by Matsuko Motokoshi ( ตั้งแต่ตอนที่ 1-29) o "Sayonara BYE BYE" by Matsuko Mawatari (30-59) - o "Anbaransu na Kisu o Shite" (Kissing the Unbalanced) by Hiro Takahashi (60-83) o "Taiyou ga Mata Kagayaku Toki" (The Sun is Shining Again/When the Sun Shines Again) by Hiro Takahashi (84-102)
o "Daydream Generation" by Matsuko Mawatari (103-111)
เอาละฮ่ะ หลังจากทราบความเป็นไปมาคร่าวๆแล้วทีนี้แป้งขอมา discuss ในส่วนที่เกี่ยวกับ Yu Yu Hakusho กันต่อเลยละกันนะคะ
เรื่องราวการต่อสู้ที่ดุเดือด ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ปีศาจ และมิตรภาพอันแน่นแฟ้น (อย่าคิดลึกๆ^^’’) ระหว่างเพื่อนส่งผลให้การ์ตูนประเภท fighting อย่าง Yu Yu Hakusho ดังเป็นพลุทั้งในญี่ปุ่นและประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน หากนับเวลาตั้งแต่มังงะจบที่ญี่ปุ่นตอนนี้ก็ครบ 15 ปีแล้วจ้า ส่วนอนิเมนั้นฉายตั้งอยู่ระหว่าง 10 ตุลาคม1992 – 7 มกราคม 1995 จะเห็นได้จากชาร์ทประกาศผลภาพยนตร์อันดับ 1 ของเนื้อเรื่อง ,คาแรคเตอร์ชายอันดับ 1 หรือแม้แต่นักพากย์ดีเด่นก็ล้วนแล้วแต่มาจากการ์ตูนเรื่องนี้ทั้งสิ้น (อ้างอิงผลประกาศที่เคยเห็นได้จากนิตยสารญี่ปุ่นชื่อดังหลายฉบับ ส่วนในไทยเอง สมัยนั้น นิตยสาร TV Magazine ก็เคยนำมาลงให้ทราบในการประกวดอนิเมกรังปรีด์ครั้งที่ 16-17 ซ้อนปีสองด้วยกันค่ะ เสียดายที่เราจำฉบับที่ทีวีแมกฯเอามาลงไม่ได้แล้วนี่สิ )
ตอนเริ่มเรื่องจนกระทั่งตอนที่ยูสึเกะ พระเอกของเรื่องได้ตัดสินใจไปยังโลกปีศาจเพื่อพบกับไรเซ็น หนึ่งในสามจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นพ่อแท้ๆของตน และหลังจากนั้นภาค Makai หรือภาคโลกปีศาจ เนื่อเรื่องจะกล่าวถึงความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่าง 3 อาณาจักร จนในที่สุดยูสึเกะก็เสนอให้มีการแข่งขันประลองยุทธ์เป็นการแก้ปัญหา โดยไม่แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอีกต่อไป ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวในตอนท้ายจะมีอำนาจเหนือผู้อื่น และการแข่งขันก็จบลง ยูสึเกะ คุราม่า คุวาบาร่า ต่างก็มีวิถีชีวิตของตนอย่างที่เราคิดว่ามี “ความสุข” คงจะเรียกว่า Happy Ending ก็ได้ และนี่คือเรื่องราวคร่าวๆซึ่งใน Animation นั้นแทบจะไม่แตกต่างจาก comics เลย
การดำเนินเรื่องใน Animation ในตอนต้นๆซึ่งจะเป็นการเปิดตัวตัวละครหลักทั้ง 4 นั้น ทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว มีการเพิ่มรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ให้เรื่องลื่นไหลไม่สะดุดนับว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำอนิเมชัน ที่ไม่มีในหนังสือการ์ตูน ช่วงแรกสุดจะเป็นการเปิดตัวละครอีก 2 ตัวคือ อุราเมชิ ยูสึเกะ จอมซ่าของโรงเรียน และคุวาบาระ คาซึมะ คู่กัดที่ทะเลาะกันเป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึง ยูสึเกะได้ช่วยเหลือเด็กที่กำลังจะถูกรถชน จนตัวเองต้องตายแทน วิญญาณของยูสึเกะออกจากร่างไปพบกับโบตั๋น ผู้ส่งวิญญาณที่โคเอนมะ เจ้านายน้อยแห่งโลกวิญญาณ ใช้ให้มาสอดส่องพฤติกรรมของยูสึเกะจนในที่สุดเหตุการณ์ก็ได้ชักนำให้ยูสึเกะต้องกลายเป็นสายลับโลกวิญญาณ มีพลังพิเศษคือ เรย์กัน หรือกระสุนพลังจิต ซึ่งสามารถยิงออกมาจากนิ้วชี้ งานชิ้นแรกที่โคเอนมะมอบหมายให้ยูสึเกะทำคือตามหาของวิเศษ 3 ชิ้นที่ถูกขโมยไปโดยปีศาจ 3 ตน 2 ใน 3 นั้น คือ ฮิเอ กับคุราม่า
และนี่คือการเปิดตัวละครอีก 2 คนคือ คุราม่า ปีศาจจิ้งจอกในชาติก่อน (โยโค) และฮิเอ จอมโจรชื่อดังแห่งโลกปีศาจ คุราม่าเป็นผู้ขโมย”กระจกจันทรา” เพื่อจะนำไปใช้รักษาอาการป่วยของแม่จากโรคร้าย การกระทำเช่นนี้เป็นการชี้ให้เห็นของคุราม่าว่าถึงแม้จะเป็นปีศาจในอดีตชาติ แต่เมื่อมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ก็มีความอ่อนโยนในหัวใจเหมือนมนุษย์ทั่วไป เมื่อยูสึเกะได้เห็นก็เข้าใจและมิตรภาพระหว่างยูสึเกะกับคุราม่าก็ได้ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ส่วนฮิเอในตอนแรกยังคงเป็นปีศาจสามตาที่มุ่งจะยึดครองโลกมนุษย์ มีความคิดที่ชั่วร้าย แต่เมื่อได้ร่วมต่อสู้กับยูสึเกะในครั้งแรก ความรู้สึกของฮิเอก็เปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าการแสดงออกจะยังคงเย็นชาเหมือนเดิม (และซึนเหมือนเดิม) ต่อมาเมื่อมีการจัดแข่งขันประลองยุทธ ทีมของยูสึเกะซึ่งประกอบด้วย ยูสึเกะ คุรามะ คุวาบาระ ฮิเอ และเก็นไค ก็ร่วมฝ่าฟันไปถึงการแข่งรอบสุดท้ายกับทีมโทงุโระเป็นฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดและยาวนานมาก ในการทำ Animation โดยเฉพาะคู่ของยูสึเกะกับโทงุโระคนน้อง เสร็จสิ้นจากการแข่งขันครั้งนี้ ทั้ง 4 หนุ่มต่างก็ได้รู้ถึงมิตรภาพที่ไม่มีสิ่งใดจะมาทำลายได้อีกแล้ว แม้ว่านิสัยของแต่ละคนจะต่างกันลิบลับ หรือมีบทที่ต้องพูดจาไม่ถูกหูกันบ่อยๆ แต่การกระทำบ่งบอกว่าเข้าใจกัน โดยไม่ต้องอาศัยคำพูดเลย ต้องชมคนวางคาแรกเตอร์ของตัวละครเอกทั้งสี่ที่ทำออกมาได้ลึกลับมีเสน่ห์ ถ่ายทอดให้เห็นถึงความขัดแย้งในนิสัยของแต่ละตัวละคร อันเป็นจุดที่ทำให้เราคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งท่ทำให้ Yu Yu Hakusho ดังระเบิดแบบนี้
แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีข้อบกพร่องเสียทีเดียว สังเกตได้จากลายเส้นอนิเมช่วงแรกยังสับสนอยู่มาก เนื่องจากเพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน ยังจับจุดตัวละครไม่ถูก และยังใช้หลาย Studio วาดอีกด้วย ผลก็เลยออกมาว่าภาพยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก แต่ในตอนหลังเส้นก็เริ่มคงที่และดีขึ้นมากทีเดียว ฝ่ายนักพากย์ก็ต้องชม ว่าหาคนที่มีเสียงเหมาะกับคาแรกเตอร์ได้ดี โดยเฉพาะเสียงของ โองาตะ เมงุมิ ซึ่งไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย เพราะเธอเป็นนักพากย์ดีเด่นของปี 1994 (หรือ 1995 ไม่แน่ใจ) เธอพากย์เสียงคุราม่าโดยดัดเสียงเป็นผู้ชายได้เก่งมากๆ แม้ในช่วงแรกจะหลุดเสียงผู้หญิงออกมาบ้าง เช่นเผลอตะโกนหรือกรี๊ดเป็นเสียงผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็สามารถพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงนักพากย์คนอื่นๆ ถ้าเพื่อนๆได้ฟังเพลง Image ของแต่ละตัวละคร ที่นักพากย์แต่ละคนร้องประกอบไปด้วยจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น
เนื้อเรื่องอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือการเปิดอุโมงค์ไปสู่โลกวิญญาณ โดยตัวละครที่คาแรกเตอร์ลึกลับซับซ้อนมากกว่าโทงุโระมาก คือ เซ็นซุย อดีตสายลับโลกวิญญาณ ผู้ซึ่งพบเห็นความเลวร้ายและโหดร้ายของมนุษย์ จนในที่สุดก็มีความคิดอยากเปิดทางให้กับปีศาจที่อยู่ในโลกวิญญาณออกมาอาละวาด ในช่วงต้นของตอนนี้ จะมีบทบาทการต่อสู้ของคุราม่ากับไคโต ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นฉากเด่นที่สุดใบรรดา 4 คนรวมไปถึงการต่อสู้กับเกมส์มาสเตอร์ด้วย นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำนิสัยของคุราม่าได้ดี (อามานุมะ เป็นหนึ่งในพวกของเซ็นซุย)
จนถึงฉากการต่อสู้ระหว่างยูสึเกะกับเซ็นซุย ความลับที่น่าตกใจของยูสึเกะก็เปิดเผยออกมา นั่นคือยูสึเกะมีกรรมพันธุ์เผ่าปีศาจในตัว เป็นสิ่งที่ทำให้ยูสึเกะคิดจะไปหาไรเซ็น ในภาคโลกปีศาจ โดยที่โยมิ กับมุคุโระ (จอมมารอีก 2 คน) ได้ไปชวนฮิเอกับคุรามาไปเป็นพวก ทั้ง 3 คนต่าแยกย้ายกันไปคนละทาง นับเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก กับการที่เพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมาจะมาขัดแย้งกันเอง เป็นการตีความที่ยากทีเดียว สำหรับการกระทำของตัวละคร 3 คนนี้ แต่ในตอนหลัง ทั้งคุราม่า ฮิเอ ต่างก็แสดงออกมาอย่างชัดแจ้งว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร ทั้งสองก็คงเข้าข้างฝ่ายยูสึเกะอยู่เสมอ
อีกฉากที่เด่นมากในภาคนี้นั่นคืออดีตของฮิเอ และความสัมพันธ์ระหว่างฮิเอกับมุคุโระ เป็นสิ่งที่แฟนๆเรื่องนี้ให้ความสนใจกันไม่น้อย และถ้าดูเปรียบเทียบระหว่างคุร่าและฮิเอ สองคาแรคเตอร์ที่มีผู้ชอบกันมากมายนั้น ในขณะที่คุราม่าดูสงบเยือกเย็น จนบางครั้งกลายเป็นคนเย็นชา ในฐานะเสนาธิการของโยมิ กับฮิเอที่เลือดร้อน สับสนกับอดีตที่มุคุโระแอบล่วงรู้ถึงจิตใต้สำนึกของฮิเอ ซึงพยายามต่อสู้โดยไม่สนใจกับชีวิตของตนเองเลย ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง 2 คนนี้มากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว และเน้นให้เห็นถึงจุดเด่นของแต่ละคนมากยิ่งขึ้น เพื่อนๆเองก็คงจะแอบเชียร์ใครคนใดคนหนึ่งอยู่ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครชอบหนุ่มสไตล์ไหนนะฮะ
แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับเนื้อเรื่องของ Yu Yu Hakusho นั้น เราคิดว่าได้คะแนนเต็มสิบไปเลย รวมถึงฉาก fighting ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหว สื่ออารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าลายเส้นอนิเมจะยังไม่ค่อยคงที่ ตามสตูดิโอที่วาด แต่สำหรับเราเหล่าแฟนๆที่ดูแล้วคงไม่มีปัญหา และที่น่าประทับใจมากกว่านั้นคือเสน่ห์ของคาแรคเตอร์ในทุกตัวละคร จาก Yu Yu Hakusho ซึ่งดูจะต่างจากการ์ตูนแนว fighting เรื่องอื่นมากทีเดียว เพื่อนๆที่เคยอ่าน comics แล้วจะมาดูเป็นอนิเมก็เป็นการดี เพราะจะได้รู้เนื้อเรื่อง จริงๆ และสามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างได้ระหว่าง คอมิคที่อ. โยชิฮิโระ เป็นผู้วาด และอนิเมชันที่ทางทีมงานผู้สร้างโตเอะเป็นผู้สร้างสรรคเรื่องออกมาทางทีวี


สำหรับเจาะลึกวันนี้ขอลงรายละเอียดแค่ตอนที่ 1 ก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้จะมาต่อรายละเอียดส่วนอื่นๆเพิ่มเติมค่ะ รับรองมีอีกเยอะให้เพื่อนๆได้ระลึกความหลังกันสนุกแน่ๆ อิอิ คืนนี้ขอตัวไปสลบก่อนละค่ะ ฝันดีน่อ
ปล.1 ใครอ่านแล้วชอบบทความนี้อย่าลืมโปะดาวร้อนให้เค้าด้วยนะจ๊ะตัวเอง เพราะอยากให้คนอื่นๆที่ได้อ่านบทความนี้มาร่วมระลึกความแก่ เอ๊ย!!! ความหลังอันร้อนรุ่มไปกับสี่หนุ่มนี้กันน่ะจ้ะ เหอๆ
ปล2. ตอนนี้จับมือกับพี่ปลาทองคะนองศึกและแอมจังทำโดจิน YYH ได้แล้วค่ะ กะว่าถ้าทันจะออกงานแคปซูลอะนะ (ขอให้ทันทีเถอะเพี้ยง!!) ตอนนี้ยังมึนๆเพราะคิดเนมเรื่องไม่ออกเล้ย ให้ดิ้นตาย
edit @ 7 Nov 2009 10:28:10 by Lavenya
แต่สุดท้าย หลังพยายามมาทั้งวันก้เป็นผลสำเร็จ ภาพนี้เราใช้เวลาวาดรูปครึ่งชั่วโมง กับลงสีอีก 3 ชม โคตรเมื่อยนิ้วเล้ย ว่าแล้วก็ไปดูน้องอุสกันเต๊อะ
)



