เพื่อนทางจดหมาย(Pen-Friend)กับความทรงจำสีจางอันสดใส
posted on 15 Mar 2008 11:35 by aillinks in Me-Myself
เหตุที่หาเรื่องมาเขียนเอนทรี่นี้ได้เพราะระหว่างกำลังจัดห้องที่รกอย่างกะซึนามิลง ก็เจอแฟ้มเก๊าเก่า (ย้ำว่าเก๊าเก่า) จึงหยิบมาเปิดดูเพราะจำไม่ได้ว่าใส่อะไรไว้ แง้มมาดูก็ถึงกับตกใจก่อนจะยิ้มปนขำๆว่า เออหนอ....เมื่อก่อนเราก็เคยทำอะไรคิกขุเป็นด้วยแฮะ
เพราะกองเอกสารกระดาษขนาดเอ 4 กองมหึมามันคงจะไม่สลักสำคัญอะไรถ้าไม่ใช่กระดาษจดหมายของเหล่าเพื่อนๆที่ส่งมาให้ ที่เราเรียกกันว่า "เพื่อนทางจดหมาย หรือ Pen-friend" น่ะสิคะ
--------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปเมื่อสมัย 10-11 ปีก่อนที่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตยังไม่บูมและทันสมัยไฮโซดังเช่นตอนนี้ (ตอนนั้นยังเป็นยุคที่ Window95 เพิ่งเข้ามาบูมในไทยใหม่ๆเลยมั้ง) การติดต่อสื่อสารรวมถึงการหาข้อมูล การค้าขายไม่สามารถทำได้รวดเร็วที่สนปุ๊บ กดพิมพ์ปั๊บ
จำได้เพียงว่า คำว่า Internet,Website, E-Mail หรือ เมลล์ มันเป็นศัพท์ที่ใหม่มากๆสำหรับเรา ซึ่งตอนนั้นเรายังเป็นเพียงเด็กเพิ่งขึ้นม.1 ที่ยังไม่รู้เรื่องของความทันสมัยในเทคโนโลยีว่าคอมมันใช้ทำอย่างอื่นได้ด้วยเหรอ? เพราะตอนนั้นคอมมีประโยชน์อย่างเดียวคือไว้ใช้พิมพ์รายงานส่งอาจารย์กับฟังเพลงเท่านั้น (เราใช้เป็นแค่นั้นจริงๆแหล่ะ แถมใช้เป็นโปรแกรม word เป็นอย่างเดียวอีกตะหาก โค-ตรหลังเขาเลย)
ตอนนั้นจำได้ว่าติดนิตยสารทีวีแมกกาซีนอย่างกับอะไรดี แหม~ สมัยเด็กๆมันไม่รู้จะทำอะไร เหงาก็เหงา เบื่อก็เบื่อ เพราะเป็นลูกคนเดียวด้วย เลยอยากหาเพื่อนที่คุยกับเราได้
ซึ่งในหนังสือนั้นก็มีมุมของ "เพื่อนทางจดหมาย" หรือที่เราเรียกกันว่า Pen-friend น่ะละ การเขียนจดหมายจึงบังเกิดขึ้น....
เราเชื่อว่าเกินกว่าร้อยละ 80 ของเด็กที่ชอบการ์ตูนต้องมีสักครั้งในชีวิตน่ะ ที่ตอนเด็กๆชอบที่เขียนจดหมายถึงเพื่อนที่ชอบอะไรๆเหมือนเรา โดยเฉพาะขั้นตอนการทำกระดาษเขียนจดหมายนี่ แหล่ะ ชอบกันเป็นพิเศษ เพราะแต่ละคนจะวาดรูปที่เราชอบไปให้เพื่อนของเรากันอย่างเต็มที่ แป้งก็คนหนึ่งเลยล่ะค่ะที่ชอบมาก ตอนเด็กๆด้วยความชอบการ์ตูน ก็เลยรักที่จะวาด ตอนสร้างกระดาษลายจดหมายของเราเองก็จะวาดตัวละครจากเรื่องนั้นเรื่องนี้บ้าง หรือวาดแบบออริฯก็มี วาดเสร็จก็เขียนจดหมายพูดคุยกับเพื่อนที่ไม่เคยแม้แต่จะได้เจอตัวจริง เสียงจริง (เออ แปลกดีหนอ แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำและได้คุยกับเพื่อน) แล้วก็นั่งรออย่างใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่คุณบุรุษไปรษณีย์จะเอาจดหมายของเพื่อนมาส่งให้ที่บ้านสักทีหนอ
สมัยก่อนการติดต่อทางจดหมายเป็นอะไรที่บูมมาก เพื่อนที่ร.ร.ส่วนใหญ่ก็มักติดต่อเพื่อนกันทางนี้ เพราะแม้จะมีเมลล์ให้ใช้กันแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ค่อยรู้จัก หรือที่รู้จักก็เป็นส่วนน้อยมากหากเทียบกับจำนวนประชากร แต่อย่างว่า ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ความล้ำยุคของเทคโนโลยีเปลี่ยน ขนาดวิถีการดำรงชีวิตของคนเราก็เปลี่ยน ประสาอะไรที่จะมีผลกระทบต่อ Pen-friend บ้าง
แรกๆมันก็รู้สึกสนุก ดีใจที่ได้พูดคุยกับเพื่อนเหล่านั้น แต่พอโตขึ้น ภาระความรับผิดชอบมากขึ้น หรือจะเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ได้ keep contact ต่อกันอีก เพื่อนทางจดหมายเหล่านั้นก็ทยอยหายกันไปตามกาลเวลพร้อมกับตัวเราที่เติบโตขึ้น เริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ได้มากขึ้น หลายคนหันมาใช้เมลล์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้คนมากขึ้น ทำให้ความสำคัญของการเขียนจดหมายนั้นค่อยๆลดความสำคัญลงไปอย่างน่าตกใจ
นึกมาถึงตรงนี้ ก็ทำให้เรานึกถึงตอนหนึ่งในการ์ตูนเรื่อง ARIA ที่สาวๆจะแจวกอนโดร่ากันอย่างสนุกสนานในโลกแห่งนีโอ เวเนเซีย มีตอนหนึ่ง เป็นเรื่องราวระหว่างอาคาริกับคุณลุงส่งไปรษณีย์ อาคาริที่โตมาท่ามกลางยุคสมัยอันก้าวหน้า ก็คิดสงสัยว่าทำไมผู้คนบนดาวนีโอ เวเนเซียนั้นถึงยังใช้วิธีติดต่อกันด้วยจดหมายให้ยุ่งยากเปล่าๆ เพราะไหนจะต้องเสียทั้งเวลา(เวลาตอนเขียน ตอนส่ง และรอให้ผู้รับได้รับ) เงิน(ค่ากระดาษและบริการไปรฯ) สู้มีเมลล์ก็ไม่ได้ ขอแค่มีเครื่องคอม นึกอยากติดต่อกับใครเพียงแค่พิมพ์ และกดส่งไปหาผู้รับเท่านั้น ง่ายก็ง่าย สะดวกและรวดเร็ว คุณลุงคนนั้นก็บอกว่า.....
.....จริงอยู่ว่าการใช้อีเมลล์มันสะดวกกว่า แต่การใช้จดหมาย มันได้อะไรที่มากกว่านั้น โดยเฉพาะคุณค่าทางจิตใจที่เราสามารถระลึกได้เสมอเมื่อเห็นจดหมาย ความรู้สึกดีๆที่คนส่งตั้งใจส่งและตอนที่ผู้รับได้รับนั้น ทำให้คุณลุงไปรฯรู้สึกมีความสุขไปด้วย อีกทั้งจดหมายก็ยังเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปเท่าใด ความทรงจำดีๆก็จะยังคงอยู่ต่อไป.....
อาคาริได้ฟังดังนั้นจึงนึกขึ้นได้ แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อได้รับจดหมายฉบับแรกตั้งแต่มาอยู่บนดาวดวงนี้จากคุณลุงไปรฯนั่นเอง แม้ข้อความจะสั้น ไม่ได้จ่าหน้าซองที่ระบุชื่อคนรับชัดเจน แต่แค่นั้นก็ทำให้อาคาริรู้สึกตื้นตันและประทับใจมากแล้ว
......ถึง"หนู"
ขอบใจที่ช่วยเรื่องเมื่อวานมากนะ
จาก"คุณลุงไปรษณีย์"......
รู้สึกดีใจเหมือนกันที่ตอนสมัยก่อนไม่คิดจะทิ้งจดหมายที่เราเคยได้รับจากเพื่อนๆเลย แม้จะมีบางส่วนที่สูญหายไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังอยู่ดี หันมามองกับตัวเองก็รู้สึกเหมือนที่อาคาริรู้สึกตอนนั้นจริงๆนะ
แล้วคุณล่ะ เคยรู้สึกอย่างที่อาคาริหรือแป้งรู้สึกมาแล้วไหมคะ ^^?.....
พูดคุยจากเอนทรี่เจาะลึกกุหลาบแวร์ซายส์นะคะ:
ตอบพี่กิ้งก่า EQUANAฟ้าประทาน >> เห็นด้วยว่าการแปลยังไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ แต่ขอให้มีอ่านก็สุขใจแล้วล่ะ ส่วนอุปนิสัยของออสการ์เหรอคะ แป้งว่าเธอไม่ได้วีนแตกหรอกพี่ แต่เป็นพวกเก็บกดเสียมากกว่า เก็บกดทั้งความรู้สึกของตัวเองและเหมือนจะปิดใจตัวเองจากความรู้สึกดีๆต่อคนรอบข้าง เหมือนหลอกตัวเองยังไงไม่รู้นะ
ส่วนพระนางมารีฯน่ะแป้งคิดว่าเธอเป็นคนน่าสงสารมากกว่า สิ่งที่เธอทำไปจนสร้างความชิงชังให้คนทั้งประเทศแป้งว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะทำหรอก แต่เป็นเธอไม่รู้มากกว่า เพราะอย่าลืมว่าเธอถูกส่งตัวมาเป็นเจ้าสาวตอนอายุได้แค่ 12 ปีเอง ถือว่าเด็กมากๆ ความคิดการอ่านก็เลยยังเด็กๆ ถึงจะโตขึ้น แต่เพราะไม่มีใครกล้าบังคับให้ทรงทำนู่นนี่ในสิ่งที่ถูกต้อง อีกทั้งสภาพแวดล้อมแบบนั้นอีก ไม่แปลกใจเลยที่ทำให้พระนางมารีฯเหมือนเด็กที่ถูกหลอก ในหนังสือที่แป้งอ่านเกี่ยวกับพระนางๆ ทรงเปรยออกมาเลยว่าสังคมของแวร์ซายส์กับที่เวียนนา แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แวร์ซายส์ทำนองหน้าไว้หลังหลอก เข้าหาพระนางเพราะหวังแก่ประโยชน์เท่านั้น
ประมาณว่าอ่านเบื้องหลังชีวิตจริงของพระนางแล้วแป้งรู้สึกเกลียดหรือไม่ชอบเธอไม่ลงจริงๆ เห็นใจและสงสารมากกว่า
ตอบน้องmayWz>> คำสาปฟาโรห์เหรอคะ ถ้าอยากได้เดี๋ยวจัดให้ แต่คงต้องเรียงตามคิว เพราะตอนนี้พี่มีคิวรอรีวิวอีกเพียบ แถมคำสาปฟาโรห์ขอ้มูลก็หาโคตะระยากอยู่ เลยต้องขอเวลาสักพักใหญ่เลยล่ะค่ะ
ตอบคุณ 2spot studio >> ขอบคุณนะคะ
ตอบคุณ mutsuki >> ดีใจที่บีก็ชอบเรื่องนี้อีกคนนะ เนื้อหาจริงๆยังไม่แน่นหรอก อยากเขียนมากกว่านี้แต่มันไม่ไหวแล้ว เวลาไม่อำนวย เลยหยิบเฉพาะจุดสำคัญมาเขียนเท่านั้นค่ะ
ตอบพี่ Bow chan >> นั่นสิ ก็จำได้ว่าพี่โบชอบเรื่องนี้จะตายไป ยังนึกเลยว่าทำไมลงเอนทรี่นี้ตั้งหลายวันไม่ยักเห็นพี่มาเมนต์ไว้ ส่วนตอนจบเรื่องนี้ต้องทำใจค่ะ คือแค่หยิบว่าจะทำเรื่องปฏิวัติฝรั่งเศสก็ต้องทำใจก่อนดูแล้วล่ะว่าจบเศร้าชัวร์ แต่ว่าฉากที่อังเดร์ตายก่อนออสการ์จนออสการ์แทบจะบ้าไปเลยแป้งสะเทือนใจมากนะ กระชากอารมณ์สุดๆ ร้องไห้ด้วยเลยระหว่างดู แต่สุดท้าย ไม่ว่าใครจะรอด ออสการ์ก็ต้องตายด้วยวัณโรคอยู่ดี ส่วนอังเดร์ถ้าไม่ตายก็คงเป็นคนพิการด้วยตาบอด
ตอบคุณ Natzagear >> ยังหาซื้อได้นะคะ แต่รีบหน่อยก็ดีค่ะ ก่อนจะหายากไปกว่านี้
edit @ 15 Mar 2008 13:50:42 by Lavenya
เเต่เราว่าจดหมายมันยังใช้ได้ตลอดกาลนะเเหละถึงจะใช้น้อยลงก็ตาม

เคยมีเพนเฟรนด์กับเขาเหมือนกัน
ต่างเล็กน้อยตรงที่ เราไม่ได้วาดรูปให้เพื่อนดู
แต่เป็นแต่งฟิค(วาย)แลกกันอ่าน (หื่นแต่เด็ก(ฮ่าๆๆๆ)
จนบัดนี้ จดหมายจากเพนเฟรนด์เราก็ยังรวบรวมอยู่
ไม่กล้าแกะมาอ่านเพราะ ฝุ่นมันเยอะ
แต่ก็ทำใจทิ้งไม่ได้จิงๆ
ขอบคุณที่เขียนให้ร่วมระลึกค่ะ
#1 By Dare? on 2008-03-15 13:54