สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ช่วงนี้หลังหายไปนานตอนนี้กลับมาอัพเฉพาะกิจชั่วคราวว่ายังมีชีวิตอยู่ดีอย่างที่เห็นค่ะ แต่เนื่องจากตอนนี้เรียนหนักมากมาก (กลับถึงหอพักหลังห้าทุ่มแทบทุกคืน) เสาร์อาทิตย์ยังมีไปดูคนไข้ต่ออีก หลังขึ้นเรียนบนโรงพยาบาลของจริง ได้เจอกับคนไข้จริงๆถึงทำให้รู้ซึ้งศัพท์ที่เพียรท่องไว้หนักหนาตอนสอบเข้าว่า " เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อส่วนรวม " นั้นมันเป็นยังไงก็ครานี้แหล่ะยัยแป้งเอ๊ย

           แป้งเปิดเรียนตั้งแต่จันทร์ที่ 21 เมษาที่ผ่านมาแล้วค่ะ นับว่าเป็นการขึ้นวอร์ดบนรพ. ครั้งแรกในชีวิตเลยก็ได้มั้ง (จริงๆก่อนหน้านั้นก็ไปๆมาๆรพ.บ่อยแล้วแต่ไม่ได้สัมผัสคนไข้จริงจัง แค่ไปเมียงมองผ่านๆเท่านั้นเอง) แต่คราวนี้เราได้เรียนรู้ของจริง สัมผัสจริงๆ รู้สึกยังกะหลุดไปอีกโลกจริงๆ เป็นน้องเล็กบนวอร์ด แต่เป็นพี่ใหญ่สำหรับน้องปี 1-3 เนื่องจากชั้น Preclinic จะเรียนอยู่อีกตึก ส่วนปี 4-6 เรียนที่ตัวรพ. ค่ะ

           แรกๆยอมรับว่าเหนื่อยมาก จากเดิมที่เคยนั่งแต่ฟัง lecture บริหารแต่นิ้วมือยิกๆ สบ๊ายสบายในห้องแอร์เย็นฉ่ำ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วค่ะ ยืนเรียนตลอด เดินก็มาก แทบจะนับเวลาที่ได้นั่งได้เลยว่ามีกี่ชม.ในหนึ่งวัน เพราะตื่นแต่หกโมงเช้าไป Round คนไข้ตามพี่แพทย์ประจำบ้าน พี่ extern(ปีหก) พี่ปีห้า และตบท้ายด้วยน้องเล็กอย่างเราคือปีสี่ ซึ่งกว่าจะ round คนไข้แต่ละเตียงเสร็จก็ไปหลายชม. อยู่ ยืนอย่างเดียวเท่านั้นทำเอาขาแป้งแทบหักทั้งยืน ทรมาณมากๆ แต่จะบ่นก็ไม่ได้ พี่ๆทนกันได้ เราเองก็ต้องทนได้ (แถมตัวเองดันเลือกมาเองก็ต้องทนเอง) จนตอนนี้ผ่านมากว่าสิบวันก็เริ่มปรับตัวได้แล้วค่ะ

            กิจวัตรประจำวันหนึ่งๆคือตื่นเช้าไปดูคนไข้ เรียนบรรยายช่วงสายๆและบ่าย ตบเย็นด้วยการ Round คนไข้กับพี่ๆอีกรอบ พี่ไปทางไหนลูกเจี๊ยบอย่างน้องๆก็เดินตามเป็นพรวน ดูแล้วก็ขำๆน่ารักดีค่ะ อย่างกับแม่ไก่และลูกเจี๊ยบจริงๆนะ ใครไปรพ.รัฐก็ลองดูเวลาพวกนศพ. เขาเรียนกันนะคะ แต่ไม่เท่านั้น หลัง round เสร็จ หน้าที่ของปีสี่คือต้องคอยเขียนใบรับคนไข้กรณีที่มีคนไข้รายใหม่ admit เข้าวอร์ดมา ต้องซักประวัติตรวจร่างกายแล้วเขียนลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานให้อาจารย์หรือพี่ๆตรวจ หรือเขียนรายงานแต่ละวันว่าคนไข้เตียงที่เรารับผิดชอบตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว กว่าจะได้ลงวอร์ดแต่ละวันก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนทุกวันเลยค่ะ

           เมื่อก่อนเคยได้ยินพี่ๆพูดกันบ่อยว่า " แม้หมอจะมีวันหยุด แต่คนไข้ไม่มีวันหยุดป่วยได้ " สุดท้ายก็ต้องลากสังขารไปดูงานต่ออีกตามเคย เพราะงั้นเสาร์อาทิตย์ใช่จะว่างค่ะ แต่ยังดีที่แค่ทำครึ่งวันแม้วันอาทิตย์หรือหยุดราชการก็ตาม

           อยากบอกว่าที่เล่าๆข้างต้นแค่เกริ่นนำเฉยๆ เรื่องตามหัวข้อนั้นหลังจากนี้ค่ะ

            วันนี้เป็น Jackport ที่แป้งต้องอยู่เวรประจำวอร์ดพอดี หมดเวลาลงวอร์ดกลับไปสลบที่หอต่อก็โน่น หลังเที่ยงคืนเลย แต่ก่อนจะกลับดันมีคนไข้เตียงหนึ่่ง ก็สงสัยว่าทำไมมีญาติๆมามุงเต็มเตียง เพราะตอนนั้นก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว หมดเวลาเยี่ยมไปนาน พอมาเห็นก็ถึงบางอ้อ เพราะคนไข้คุณตาคนนั้นกำลังไปสบายแล้วค่ะ ช่วงนั้นแป้งก็กำลังยุ่งๆกับการรับคนไข้คนใหม่เข้ามาพอดี ลูกชายของคนไข้ก็วิ่งเข้ามาตามพวกหมอว่าเครื่องช่วยวัดชีพจรการเต้นหัวใจมันหลุดหรือหยุดทำงานอะไรสักอย่าง ฟังก็ไม่ทัน แต่พี่เราบอกให้เรียกพยาบาลไปจัดการให้เพราะพวกหมอกำลัง consult เรื่องคนไข้ case ใหม่อยู่ พอพยาบาลเรียกให้หมอไปดูหน่อยเท่าน้ันแหล่ะ แป้งเลยต้องไปกะเขาด้วย ปรากฎไปถึงเห็นญาติๆร้องไห้ฟูมฟายกันใหญ่ แป้งเห็นคนไข้ก็จำได้ทันทีว่าเป็นเตียงของคุณตาที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ที่รักษาอยู่ตอนนี้เพราะลูกหลานไม่ต้องการให้ตอนแกไปทรมาณมากนัก และตกลงกับหมอว่าหากหัวใจหยุดเต้นไปแล้วจะไม่ให้ยื้อไว้ต่อ

             ก็เข้าใจความรู้สึกญาติๆนะคะ แป้งเห็นแล้วไม่รู้ทำไมความรู้สึกผิดมันพุ่งจะทะลักอกให้ได้ ทั้งที่เขาก็เสียไปตามธรรมชาติแล้ว แต่มันก็อดน้ำตาไหลด้วยไม่ได้ แม้จะแค่หยดเดียวที่หลั่งออกมาให้กับคนไข้คนแรกที่เสียต่อหน้าต่อตาเราไปโดยที่เราช่่วยอะไรไม่ได้เลย ความรู้สึกขณะนั้นมันบอกไม่ถูก รู้สึกว่าแม้ตัวเองจะเป็นหมอ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรคุณตาได้มากเลย ยิ่งเห็นหลานเหลนของตาร้องไห้โฮใหญ่ แป้งเองก็ได้แต่อึ้ง พูดอะไรไม่ออก ผิดกับพี่ๆแพทย์ชั้นอื่นที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรได้แต่เลี่ยงออกมาจากห้องนั้นด้วยสีหน้าเหมือนเดิม เฉยๆ แป้งเข้าใจว่าคงชินกับการเห็นคนตายมาเยอะแล้วเลยปลงได้นานแล้ว ผิดกับแป้งที่ขึ้นวอร์ดมาได้สิบกว่าวันก็เจอคนไข้ตายต่อหน้าต่อตาพร้อมครอบครัวของเขาเลย

             เห็นแล้วมันสะท้อนใจและหดหู่จริงๆค่ะ สมองและใจก็รู้นะคะว่าเป็นธรรมดาและไม่เคยคิดอะไรมากกับความตายของคนเลยค่ะ แต่ร่างกายมันดันไม่ยอมฟังเข้าใจไปด้วย น้ำตาเลยไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวทั้งที่พยายามกลั้นไว้แล้ว จากเหตุการณ์ครั้งนี้มันสอนอะไรกับแป้งหลายอย่าง ที่แน่ๆ เตือนสติให้คนเป็นหมอให้รู้ว่าหากตนไม่ขยันมีความรู้มากๆและเป็นหมอที่ดี คงจะมีคนที่ต้องตายด้วยน้ำมือเราต่อไปอีกแน่ ฟังแล้ว หดหู่ใจจริงๆค่ะ

 

edit @ 2 May 2008 03:07:58 by Lavenya

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เราคิดว่า อาชีพหมอนี่ ระดับเดียวกับ นักบวช
แต่คงเจ็บปวดยิ่งกว่า
ต้องอยู่บนความเป็นความตายของมนุษย์ โดยที่ยังต้องรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ให้ได้

สู้ๆนะท่าน
บางอย่างก็เป็นไปตามกฏธรรมชาติ แม้แต่ความเศร้าก็จะหายไปด้วย

อยากให้เข้มแข็ง แต่ไม่อยากให้ด้านชา

#1 By คาโตเน่ on 2008-05-02 03:17

....สู้ๆนะครับ แป้ง อาชีพหมอเป็นอาชีพที่แบกรับความเป็นความตายของผู้อื่นเสมอ และเราต้องเข้มแข็งและค่อยเป็นแรงใจให้กับคนไข้เสมอนะครับ ในเมื่อเราอยู่ในระหว่างความเป็นความตายของผู้คนเสมออย่างนี้ เราต้องพยายามเข้มแข็ง คอยยิ้มเป็นกำลังใจให้พวกเขาแม้เขาจะต้องเจอกันโรคร้ายยังไงก็ตาม ....

....สู้ต่อไปนะครับ คอยเป็นกำลังใจให้นะครับ > <~....

#2 By Kyo on 2008-05-02 11:16

สู้ๆคะพี่แป้ง
หมอคนไหนก็ไม่อยากเห็นคนไข้ตายหรอกคะ^^ ใครๆก็เหมือนกัน
ดังนั้นพี่แป้งเป็นหมอที่เก่งแล้วดีช่วยคนเยอะๆให้ได้นะคะ
เป็นกำลังใจช่วยคะ^^
อ่านแล้วฟูจังยังรู้สึกเสียใจกับครอบครัวคุณตาไปด้วยเลยนะคะ แต่ฟูจังก็เชื่อว่าพี่แป้งจะต้องเก่งขึ้นและเข้มแข็งขึ้นจากวันนี้อีกมากแน่ๆ ขอให้พี่แป้งพยายามต่อไปนะคะ และขอให้พี่แป้งพยายามหาเวลาพักผ่อนด้วยค่ะ ถึงจะหายากก็ตามนะ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจพี่แป้งโทรมาเล่าให้ฟูจังฟังก็ได้นะคะ (อาจไม่ใช่ที่ปรึกษาที่ดี แต่เป็นผู้ฟังที่ดีนะคะพี่สาว)

อ่านแล้วฟูจังก็ต้องพยายามให้มากขึ้นกว่านี้ค่ะ!

#4 By ฟูจัง~* on 2008-05-02 14:41

เท่าที่อ่านเราเดาว่าแป้งต้องอยู่
วอร์ดmedแน่เลย ใช่มั๊ยจ๊ะ
แรกๆก็ยังงี๊แหละ เราก็เป็น
คือที่พี่ๆทำหน้านิ่งๆก็ไม่ใช่ว่าเค้าเฉยชาหรอกนะ
แต่ว่าไม่แสดงออกมากกว่า
หมอแสดงออกมากมันก็ดูแปลกๆนิสนึงเนอะ
สู้ๆน้า มีอะไรให้เรียนอีกเพียบๆๆๆ

#5 By mutsuki on 2008-05-02 16:45

สู้ๆน่อ

เราก็เคยเจอคนไข้เด๊ดคาตาเลยอ่ะ ยังตรึงตาตรึงใจไม่หาย แต่ตอนนั้นก็ทำใจ ว่าต้องเจออีกทั้งชีวิต

ขอให้มีความสุขกับการช่วยเหลือคนนะครับ ^^

#6 By on 2008-05-02 18:47

น้องแป้ง...อันว่า.."ดอกไม้บานแล้วโรยรา หมู่ดาวเปล่งแสงจ้าก่อนดับสูญ แม้โลกมนุษย์ ดวงอาทิตย์ ทางช้างเผือก หรือแม้แต่จักรวาลอันยิ่งใหญ่ ก็มีวันดับสลาย ชีวิตมนุษย์นั้นไซร้ เปรียบได้ดังเพียงแค่..กระพริบตา"


ครือน้องแป้งเล่นไพ่ยิปซีมั๊ยคะ ไพ่ยิปซีประจำตัวอาชีพแพทย์คือไพ่ The death เบอร์ 13 เวลาเราดูไพ่ให้คนไม่รู้จัก เราสามารถรู้ได้ทันทีว่าคนนี้เป็นนศพ.หรือเป็นหมอ จากไพ่เดทนี่ล่ะค่ะ จะโผล่มาทุกทีเลย เค้าอธิบายว่าอาชีพนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย แล้วก็เป็นผู้ที่ยืนอยู่ระหว่างความเป็นและความตายของผู้อื่น เพราะฉะนั้นถ้าเดินบนทางนี้แล้ว ก็คงต้องทำใจเป็นความตายเป็นธรรมดาของชีวิตนะคะ (อ้าว..ไปแนะเขาอีก)confused smile


บ้านเราอยู่วงการนี้หลายคน เห็นหมอที่รู้จักบางคนกลายเป็นคนด้านชา เวลาคนไข้จะเป็นจะตาย เค้ามองได้เฉย เจาะเส้นเลือดโดยที่มือไม่สั่น นิ่งมาก เราว่าหมอทำดีแล้ว แต่หลายครั้งก็กลายเป็นไม่ถูกใจญาติไปซะงั้น บางคนก็เลือกที่จะไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายเอาซะเลย อย่างเลือกเป็นหมอผิวหนังรักษาสิวอย่างเดียว บางคนก็เอาธรรมะเข้าข่ม ในที่สุดเมื่อถึงช่วงหนึ่งของชีวิตก็ดูเหมือนพวกเขาจะหันหลังในวงการแพทย์ไปซะงั้น ซึ่งเราว่าอธิบายด้วยความเข้าใจของเราที่ไม่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างเขา คงยากล่ะค่ะ หรือบางคนก็กลับถือเอาว่าความตาย=ความพ่ายแพ้ของการรักษา..คราวนี้ก็อย่างปัจจุบันนี้ไงคะที่หมอหลายๆคนยื้อชีวิตคนไข้โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่เหลือของเขา ก็มีเหมือนกัน


ขอให้น้องแป้งผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ด้วยดี ปรับตัวและปรับทัศนคติเกี่ยวกับความตาย เราคงให้คำแนะนำได้ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองล่ะค่ะ

ปล.นอกจากเรื่องความตายแล้ว หมอหลายคนก็เจอสิ่งเหนือธรรมชาติอยู่บ่อยๆ เจอแล้วมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ อิอิ
open-mounthed smile open-mounthed smile

#7 By 19sep on 2008-05-05 13:49

ดีแล้วแหละ
ที่น้องรู้สึกอยากทำเพื่อคนไข้
แต่ที่สำคัญอย่าลืมครอบครัว
มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากนะ
"ถ้าเราเสียสละดุแลคนไข้มากมาย
แต่ตัวเองและครอบครัวของเราไม่สามารถดูแลได้"
...พี่เคยรู้สึกอย่างนี้มาแล้ว...
อย่าลืมนะ จำคำพี่ไว้
พี่เชื่อว่าน้องต้องเป็นนศพ.ที่ดี เป็นหมอที่ดีในอนาคตได้แน่นอน

#8 By (202.28.181.200) on 2008-05-08 23:59

ดีแล้วแหละ
ที่น้องรู้สึกอยากทำเพื่อคนไข้
แต่ที่สำคัญอย่าลืมครอบครัว
มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากนะ
"ถ้าเราเสียสละดุแลคนไข้มากมาย
แต่ตัวเองและครอบครัวของเราไม่สามารถดูแลได้"
...พี่เคยรู้สึกอย่างนี้มาแล้ว...
อย่าลืมนะ จำคำพี่ไว้
พี่เชื่อว่าน้องต้องเป็นนศพ.ที่ดี เป็นหมอที่ดีในอนาคตได้แน่นอน

#9 By Maccaca_rhesus on 2008-05-09 00:01

แวะมาจากไนIDค่ะ รู้สึกดีไจจังที่เราจะมีหมอดีๆเพิ่มขึ้นอีกคน

เอาไจช่วยนะค่ะ สู้ๆ

แม้จะเปนอาชีพที่เหนื่อย แต่เปนอาชีพที่น่ายกย่องมากจริงๆ

#10 By ปรางจากเอื้อมรักค่ะ (124.120.26.9) on 2008-06-06 16:55