สวัสดีค่ะทุกท่าน

           หายหน้ากันไปพักหนึ่ง ก็กลับมาปัดฝุ่นบลอคตัวเองอีกระรอก วันนี้พยายามจะไม่พูดเวิ่นเว้อนะคะเพราะมีอะไรให้พูดกันเยอะเลยล่ะค่ะ แต่ก่อนที่จะไปพูดเรื่องไร้สาระ เรามาเข้าเรื่องมีสาระกันสักหน่อยดีกว่าเนอะ

 

           คิดว่าข่าวที่เป็น Talk of the Town ตอนนี้ หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นเรื่องที่ได้ฟังกันแล้วก็รู้สึกร้อนตามกันไปถ้วนหน้ากับเพลิงไหม้ หนึ่งในนั้นก็ ซานติก้าผับ

          สำหรับด้านรายละเอียดของข่าวเราขอไม่เอ่ยถึงนะคะ เนื่องจากแหล่งข่าวมีให้หาอ่านกันได้ทั่วถึงอยู่แล้ว แต่เอนทรี่นี้เราขอพูดถึงอย่างอื่นที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยได้เรียนรู้แต่อยากเอามาเล่าสู่กันฟังแทนค่ะ

 

Burn (แผลไหม้)::

            ไม่รู้มีใครเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเวลาคนเราโดนไฟไหม้แล้วทำไมผิวหนังของเรามันถึงได้มีหลายสีจัง หรือเคยมีใครสงสัยไหมว่าแผลไฟไหม้เนี่ย มันเป็นยังไงหว่า แป้งก็เลยขอนำความรู้เล็กๆน้อยๆที่ได้เรียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

          แผลไหม้ในที่นี้ปกติไม่จำเป็นต้องเกิดจาก"ไฟ" เท่านั้นนะคะ เพราะโดยจริงๆแล้วชนิดของแผล Burn นี้แบ่งหลักๆตามสาเหตุการเกิดได้หลายอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น

  • - แผลไหม้ที่เกิดจากสารเคมีพวกกรด-ด่างเข้มข้น(แรง) ,
  • - แผลไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้า ,
  • - แผลไหม้ที่เกิดจากไฟเอง เป็นต้น

          ซึ่งระดับการทำลายของเจ้าพวกตัวการเหล่านี้ที่ทำให้เกิดแผลไหม้บนผิวหนังเราเนี่ย มันยังแบ่งได้หลายระดับตามความรุนแรงของพยาธิสภาพที่เราได้รับค่ะ ก่อนที่แป้งจะไปพูดถึงต่อไปขอพูดปูไว้ก่อนถึงเรื่องผิวหนังของเราๆกันก่อนแล้วกันนะคะ เพื่อที่ท่านใดที่อ่านแล้วจะได้นึกภาพตามออก^^

          ผิวหนัง(Skin) ของร่างกายเรานั้นหลักๆแล้วไม่ได้มีองค์ประกอบเพียงชั้นเดียวอย่างที่หลายๆท่านเข้าใจผิดกันที่ว่า ผิวหนังมีแค่ 2 ชั้นคือหนังกำพร้ากับหนังแท้ หรืออาจเข้าใจว่าผิวหนังบางๆเนี่ยมีแค่ชั้นเดียวเอง แต่จริงๆแล้วองค์ประกอบที่รวมกันเป็น Skin นั้นมีดังนี้คะ ดูจากภาพนะคะ

          ไล่จากชั้นบนสุดลงมาล่างสุดดังนี้

1. Stratum corneum

2. Stratum lucidum

3. Stratum granulosum

4. Stratum spinosum

5. Stratum basalis

          โดย 3 ชั้นแรก เราถือเป็นชั้นของ Epidermis หรือที่เรารู้จักกันในว่า ชั้นหนังกำพร้าค่ะ ส่วน Dermis คือชั้นที่ 4-5 ก็คือหนังกำพร้านั่นเอง

          รู้จักหน้าตาของผิวหนังกันบ้างแล้วที่นี้มาพูดเรื่องของแผล burn กันต่อนะคะ จากที่พูดเอ่ยไว้ก่อนแล้วว่าระดับการทำลายของเจ้าพวกตัวการเหล่านี้ที่ทำให้เกิดแผลไหม้บนผิวหนังเราเนี่ย มันยังแบ่งได้หลายระดับตามความรุนแรงของพยาธิสภาพที่เราได้รับ ซึ่งเราสามารถแบ่งระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ

Define level of burn injury:

First degree burns               ความผิดปกติ(พยาธิสภาพ) ที่เกิดขึ้นจะจำเพาะอยู่ที่ชั้นของEpidermis เท่านั้นค่ะ

          ขั้นแรกนี้ ลักษณะของแผลที่เราพบได้คือ " Painful, dry, red areas that do not form blisters(think of sunburn)" แผลนี้จะทำให้เราปวดอย่างมาก(อาจพ่วงอาการแสบเหมือนโดนแสงแดดเผาประมาณนั้นเลยล่ะค่ะ) แล้วแผลก็จะแห้งๆ เห็นเป็นบริเวณสีแดงๆ แย่หน่อยก็อาจมี blisters ปรากฏได้ค่ะ (สำหรับblisters เราจำไม่ได้จิรงๆว่าความหมายที่เป็นชื่อเรียกแบบไทยมันใช่ตุ่มน้ำใสหรือเปล่า เลยยังไม่อยากเขียนให้แน่ชัดเพราะเดี๋ยวให้ข้อมูลผิดๆกับท่านผู้อ่านแล้วไม่ดีจ้า><" ก็เลยขอเรียกทับศัพท์ไปเลยละกันนะ)

 

Second degree burns           ความผิดปกติ(พยาธิสภาพ) ที่เกิดขึ้นกินพื้นที่ของ Epidermisทั้งหมดและอาจเลย

                                            ไปถึงระดับของชั้น Dermis บางส่วน

          ขั้นที่สอง ลักษณะที่พบเป็นดังนี้;

          " Painful, hypersensitive, swollen, mottled areas with blisters and open weeping surfaces '' ชั้นนี้ผู้ป่วยอาจจะเจ็บมากกว่าขั้นแรกและขั้นที่ 3 เนื่องจากเป็นระดับชั้นผิวหนังที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยงค่อนข้างมาก (และเป็นชั้นที่มีเส้นเลือดอยู่แยะพอควร)

 

Third degree burns              ความผิดปกติ(พยาธิสภาพ) ที่เกิดขึ้น เราใช้คำว่า "full thickness"; all layers

                                           the skin including the entire dermis พูดง่ายๆคือแผลมันลามลึกไปทุกระดับชั้น

                                           ผิวหนังของเราเลยล่ะ (จัดว่ารุนแรงที่สุดเลย)

          " Painless, insensate, swollen, dry, mottled white, and charred area; often described as dried leather " หากโดนมาถึงขั้นนี้แล้วผู้ป่วยก็มักจะไม่ค่อยเจ็บปวดกันแล้วค่ะ (หรือมีก็น้อยไม่มากเท่า 2 ระดับแรก) แผลที่เห็นก็จะแห้งๆ อาจเห็นเป็นวงขาวๆกระจายไปตามบริเวณที่มีแผล และเห็นเป็นแผลไหม้(คือศัพท์เขาใช้ว่า charred area ไม่รู้จะแปลเป็นไทยไงดี ถ้ายังไงอ้างอิงจากทับศัพท์ไปจะเข้าใจมากกว่านะคะ)

          **มี textbooks บางเล่มอาจแบ่งเพิ่มเติมไปถึงระดับที่ 4 คือ กินพื้นที่ความเสียหายไปถึงกล้ามเนื้อและกระดูกก็ได้ค่ะ แล้วแต่ว่าจะยึด textbooks เล่มไหนเป็นแหล่งอ้างอิง

 

          การที่เขาแบ่งระดับของแผล burn ไว้แบบนี้ นอกจากจะทำให้ง่ายต่อการวินิจฉัยคร่าวๆว่าผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ยังช่วยให้ง่ายต่อการดูแลรักษาระยะต่อไปด้วยค่ะ ซึ่งสำหรับการรักษานั้นเราขอไม่เอ่ยถึงละกันนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นวิชาการจ๋าเกินไปจนเหมือนเอาหนังสือมาท่องให้คนอ่านบลอคไปซะงั้น เหอๆ

          จริงๆก็อยากเขียนเกี่ยวกับกลไกการเกิดเพลิงไหม้ของซานติก้าครั้งนี้มากเลยค่ะ เพราะเคยเรียนกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผจญภัยจากสำนักงานตำรวจมาเมื่อปีที่แล้ว แต่ข้อมูลที่เก็บไว้ดันหายไปไหนไม่รู้เลยอดไปเลย T T  ถ้าไงไว้มีโอกาสจะกลับมาเขียนเกี่ยวกับเรื่อง " การผจญเพลิงไหม้ " ต่อๆไปนะคะ

           ส่วนตัวแล้วเราเป็นคนไม่ค่อยชอบไปผับหรือสถานที่ๆคนเยอะๆและหนวกหูเลย แถมยังแพ้แอลกอฮอล์อย่างหนักอีกเลยโชคดีอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเสียเงินไปกับการไปผับมากนัก หลังจากที่รู้ข่าวเรื่องที่เกิดไฟไหม้ที่ผับแห่งนี้ มันสะท้อนหลายๆอย่างในความคิดเรานะ อย่างเช่น การฉลองปีใหม่นอกบ้าน โดยเฉพาะในสถานที่ๆคนเยอะๆแบบนั้น คงต้องเพิ่มความระมัดระวังในความปลอดภัยมากๆ และต้องระวังไว้ตลอดเวลาไม่ตกในความประมาท เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าภัยที่อาจเกิดขึ้นได้มันจะเกิดเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่จะเขียนเพื่อบอกว่างดหรือไม่ให้ไปเที่ยวอะไรทำนองนั้นแบบนั้นเลยนะคะ

---------------------------------------------------------------------------

           จบเรื่องสาระๆกันไปแล้วที่นี้ก็มาเรื่องเบาๆกันบ้างดีกว่าค่ะ

           ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาเนื่องจากด้วยความเหงาจัดและห่างหายกันไปนานสำหรับการมีตติ้งระหว่างเรา พี่moondrop MISAKI และfoochan ซึ่งจริงๆก็มีความพยายามกันเหลือเกิ๊นที่จะนัดกันให้ได้ แต่มันก็ต้องมีอุปสรรคไม่ทางใดก็ทางหนึ่งสักทีสิน่า เพราะพอนัดกันได้แล้ว แป้งก็ดันอาหารเป็นพิษ อ้วกแตนอ้วกแตนจนเกือบได้เข้าไปนอนในรพ.ซะแล้ว หรือบางคราว เพราะฟูจังงานก็ยุ่งทำองค์ประชุมไม่ครบ 4 เสียที

            จนในที่สุด ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ คราวนี้ครบไม่ครบไม่เป็นไร ได้เจอกันบางส่วนก็ยังดี และที่ดีที่สุดคือ พี่(พระนาง)ผึ้ง ก็มาได้ด้วยล่ะ(เฟ้ย) แอบดีใจ เพราะไม่ได้เจอกันมาปีหนึ่งพอดีเลยนับจากเจอกันครั้งสุดท้ายที่งานมีตติ้ง Saintหญิงแห่งTSS เมื่อปลายปี '50 เหอๆ ดีใจ๊ดีใจฮ่ะ>< สัญญากะฟูไว้ว่าจะเขียนมาเล่าก็ว่าจะเขียนตั้งกะวันมีต แต่จนแล้วก็เพิ่งมาได้เขียน ขอโทษที่ I'm so late เหลือเกินจ้าฟูเอ๋ย และด้วยเราไม่ได้เอากล้องไป ก็อาศัยรูปนี้ไปดูก่อนแล้วกันนะ ว่าเมนูอาหารเที่ยงของพี่ moondrop หน้าตาเป็นไง

>> พยายามวาดให้ดูออกที่สุดแล้วค่ะ -*-"

                 เริ่มแรกก็นัดเจอกันที่ร้านดังกินค่ะ แต่แป้งกับพี่ moondrop ไปเจอกันที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯก่อนแล้วจึงเดินเลยมาดังกิ้นด้วยกัน นั่งรออีก 2 คนไปพลางเราก็กินครัวซองผักโขม ส่วนพี่moondrop ดื่มกาแฟ+โดนัท 2 ลูกกลมเล็กไปพลางกัน สักพักมิซาจังก็ตามมาสมทบ เมาท์เรื่อยเปื่อยไปสักพักพี่ผึ้งก็หอบมาถึงค่ะ (รู้สึกว่าพี่ท่านหอบจริงๆนะ สงสัยว่าวิ่งมาหรือเปล่า)

                 จากนั้นก็เดินไปพารากอนว่าจะหามื้อเที่ยงกินกัน ก็ตกลงไปได้ร้านอาหารญี่ปุ่น ไม่รู้ชื่อร้านไรจำไม่ได้ ก็นั่งๆเมาท์ๆไปตามเรื่อง พี่ผึ้งก็ดี๊ดี แจกงานมาให้ด้วย(ล้อเล่นนะพี่ เหอๆ) เพราะพี่ผึ้งแท้ๆทำให้แป้งได้มีโอกาสยลโฉมงานฝีมือพี่ moondrop เป็นครั้งแรก(แต่จะครั้งสุดท้ายหรือเปล่าไม่ทราบ)เป็นบุญตาเจงๆ 555+  ส่วนมิซาจังรายนั้นวาดคล่องเร็ว คงส่งให้พี่ได้หลายภาพ ของแป้งที่ต๊ะพี่ไว้ก่อนนั้นก็ขอมาโปะเอาตรงนี้เลยนะคะ

             พยายามวาดนังตี้ให้พี่สุดฤทธิ์เลยค่ะ ตอนแรกว่าจะวาดให้เสียวๆหน่อยแต่ไหงออกมาเป็นนายเงือกไปได้ไม่รู้ เออหนอ?? ไอ้ม่วงๆที่เห็นนั่นไม่ใช่ผ้าคลุมไหล่แต่เป็นครีบปลานะฮะ แต่ความสามารถไม่ถึงเลยออกมาเป็นไรไม่รู้เนี่ย  แถมหลังจากที่แต่งภาพสแกนเสร็จดันเพิ่งมาเห็นว่า " เฮ้ย! ไฝนังตี้หาย!!! " ไม่แค่นั้น ครีบขวาของตี้ดันเส้นครีบหาย ไร้เกล็ดปลาอีกตะหาก แถมซิกแพคที่ลงสีไว้ก็มองแทบไม่เห็นเลย อ๊ากกกกกกกก ผิดพลาดอย่างแรงงงงงงงงง!!!!!! (ScremyO_o!!??)

              ภาพนี้ก็ใช้สีไม้น้ำเหมือนเดิมค่ะ ไม่รู้ไปปรับภาพอีท่าไหนถึงออกมาเป็นแบบนี้ อยากบอกว่าต้นฉบับจริงๆสีมัน smooth กว่านี้เยอะเลยอะ เฮ้อ จนใจและจนสมองจริงๆเจ้าค่ะ พี่ผึ้งก็ทนๆเสียสายตาไปหน่อยละกันนะ ( สงสัยวันหลังต้องขอตัวไปฝากฝังเป็นศิษย์ผู้น้องของพี่ผึ้ง ฐานที่วาดซิกแพคเซนต์แต่ละคนได้ง้ามงามเกินห้ามใจไหว โหะๆ)

              สำหรับการตอบเอนทรี่ข้าน้อยขอต๊ะไปไว้คราวหน้านะคะ คืนนี้เดี๋ยวมีงานต้องทำต่อคงจะตอบไม่ทันแล้ว ถ้าใครมีอะไรอยากฝากอยากพูดอยากเมนต์อะไรก็เขียนไว้ได้เลยนะจ๊ะ ไปล่ะ ฝันดีทุกท่าน

              อาดิโอส... เจอกันเมื่อชาติต้องการ...

edit @ 7 Jan 2009 22:14:53 by Lavenya

edit @ 7 Jan 2009 22:19:28 by Lavenya

edit @ 19 Jan 2009 23:06:56 by Lavenya

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แง้งงงง รอรีพอร์ตมีตย่อยอยู่พอดีเชียวค่ะพี่แป้ง ><

เสียดายมากเลยที่ไม่ได้ไป ทำไมข้าน้อยชอบพลาดอะไรไปเรื่อยเลยน้า ซิกๆ ทั้งได้เจอพี่แนน พี่แป้ง มิจัง พี่ผึ้ง แถมได้เห็นภาพวาดของพี่แนนอีก แอ๊! โศก!

ภาพตี้เงือกของพี่แป้งพริ้วมากเลยค่า ถึงจะไม่มีไฝแต่ก็รู้ว่าเป็นตี้นะเนี่ย อิอิ ของเค้าแรง question

คราวหน้าขอให้ได้ไปมีตย่อยด้วยเท้อ สาตุ๊!! (ขอพรให้ตัวเองนี่แหละ 555)

คิดถึงพี่แป้งจัง รักษาสุขภาพด้วยนะคะ confused smile

#1 By ฟูจัง~* on 2009-01-07 22:19

Hot! หละ

เรียนศัลยกรรมอย่างมีความสุขนะทั่น ^w^ ดีนะไม่มีประท้วงประกาศฉุกเฉินข้ามปี ไม่งั้นต้อง Stand By ข้ามปีแหงมๆ (ฮ่า)

#2 By on 2009-01-07 22:27

งี๊ดด >< เปิดมาเจอ skin ต๊กกะใจ *[]* แว๊กก dejavu เพิ่งอ่าน USMLE อยู่เมื่อตะกี้ 55+ เราก้อไม่ค่อยได้เที่ยวเหมือนกันค่ะ แต่เคยไปนะ ซานติก้าเนี่ย อยากให้เมืองไทยเราจัดซ้อมหนีไฟ
แบบสอนกันแบบมีประสิทธิภาพมากกว่านี้จัง สงสารทั้งคนบาดเจ็บและคนที่ตาย

#3 By ~松岡 虎~ on 2009-01-07 22:43

เง่อ... ไหงพี่โดนเเฉอยู่คนเดียวล่ะเนี่ย ตั้งเเต่ของว่างยันของคาวเเถมยังมีรูปประกอบด้วย><


สารภาพตามตรงว่านอกจากเขี่ยฟิคเป็นครั้งคราวเเล้วไม่เคยจับดินสอวาดรูปเลยจริงๆ เเละนั้นเป็นรูปเเรกในรอบกี่ปีไม่รู้ที่วาด เเถมเป็นการจับดินสอเป็นเเท่งๆครั้งเเรกในรอบ6เดือนน่าจะได้ ในขณะที่น้องๆที่น่ารักก็เม้ากันกระจายเรื่องเม้าท์ปากกา

ฟังไปฟังมาชักอยากซื้อเม้าท์ปากกามาใช้มั้งเเร้ว เผื่อเอาไว้เขียนฟิค><


#4 By ~Moondrop~ on 2009-01-07 23:20

บล็อกเธอนี่ความรู้เปี่ยมเช่นที่ผ่านมาแฮะ ดี ๆ จะตามอ่านต่อไปอิ ๆ

วาดรูปสวยขึ้นนะเนี่ย ><

#5 By Nu~Nan on 2009-01-08 11:03

...โอ ความรู้มากมายเกี่ยวกับแผลไฟไฟม้ > < ~ ชอบอ่านพวกนี้จังเลย ~ .....
...ตี้ ไฝหาย แต่เป็นนายเงือกที่ดูดีเลยครับ ~....
....อยากไปงานมี๊ตฯกับเขาบ้างจัง TT__TT อยู่ไกลช่างน่าเศร้า...

#6 By Kyo on 2009-01-08 12:48

โอ้วนี่ฉานได้แรร์ไอเทม(ภาพวาดพี่แนน)มาอยู่ในมือแล้วซิเนี่ย!!!

กรี๊ดดดๆๆนังตี้ ถึงไม่มีใฝเสน่ห์ก็เหอะ แต่ก็แรดได้ใจมากจ้า แต๊งซ์เค่อะ จุ๊ฟๆ

วิธีไม่ให้สีไม่มันชัดมากก็คือสแกนหยาบๆค่ะ ไม่ก็มาปรับความฟุ้งเอาอีกทีในphotoshopนะsurprised smile
www.aroyathome.com
เห็นชอบอาหารญี่ปุ่น ไปกินฟู๊จิ๊มันแพง
ยำสาหร่ายถ้วยละ 120 ได้จึ๋งเดียว
แนะนำที่ซื้อถูกกว่า
ดีกว่า ถูกกว่าฟู๊จิ๊ อร่อยกว่าโอ๋อิ๊ชิ๊

จำหน่ายแพ็ค 100 กรัม (ได้3 ถ้วยในฟูจิ) ราคาเพียง 55 บาท

ผมจำหน่ายยำสาหร่ายเย็น แพ็ค 1 กิโล ราคาแพ็คละเพียง 470 บาท
ส่งฟรีภายในกรุงเทพฯ ส่งถึงบ้าน อร่อยแอทโฮม

จำหน่ายยำสาหร่ายเย็น จำหน่ายยำสาหร่ายญี่ปุ่น ยำสาหร่ายเย็น ยำสาหร่ายญี่ปุ่น ขายยำสาหร่ายเย็น ขายยำสาหร่ายญี่ปุ่น จำหน่ายสาหร่ายเย็น จำหน่ายสาหร่ายญี่ปุ่น สาหร่ายเย็น สาหร่ายญี่ปุ่น ขายสาหร่ายเย็น ขายสาหร่ายญี่ปุ่น

ปริมาณ 1 กิโลนี่ได้เกิน 20 ถ้วยที่ขายในฟูจิเลยนะครับ

สนใจติดต่อ sumpaiyo@hotmail.com
หรือโทร 081-933-4556

http://www.aroyathome.com

ขายส่งอาหารญี่ปุ่น จำหน่ายอาหารญี่ปุ่น