{Analyze} สิ่งที่ได้จากซานดิก้าผับ...+ Fan art SS
posted on 07 Jan 2009 19:35 by aillinks in SaintSeiyaสวัสดีค่ะทุกท่าน
หายหน้ากันไปพักหนึ่ง ก็กลับมาปัดฝุ่นบลอคตัวเองอีกระรอก วันนี้พยายามจะไม่พูดเวิ่นเว้อนะคะเพราะมีอะไรให้พูดกันเยอะเลยล่ะค่ะ แต่ก่อนที่จะไปพูดเรื่องไร้สาระ เรามาเข้าเรื่องมีสาระกันสักหน่อยดีกว่าเนอะ
คิดว่าข่าวที่เป็น Talk of the Town ตอนนี้ หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นเรื่องที่ได้ฟังกันแล้วก็รู้สึกร้อนตามกันไปถ้วนหน้ากับเพลิงไหม้ หนึ่งในนั้นก็ ซานติก้าผับ
สำหรับด้านรายละเอียดของข่าวเราขอไม่เอ่ยถึงนะคะ เนื่องจากแหล่งข่าวมีให้หาอ่านกันได้ทั่วถึงอยู่แล้ว แต่เอนทรี่นี้เราขอพูดถึงอย่างอื่นที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยได้เรียนรู้แต่อยากเอามาเล่าสู่กันฟังแทนค่ะ
Burn (แผลไหม้)::
ไม่รู้มีใครเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเวลาคนเราโดนไฟไหม้แล้วทำไมผิวหนังของเรามันถึงได้มีหลายสีจัง หรือเคยมีใครสงสัยไหมว่าแผลไฟไหม้เนี่ย มันเป็นยังไงหว่า แป้งก็เลยขอนำความรู้เล็กๆน้อยๆที่ได้เรียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ
แผลไหม้ในที่นี้ปกติไม่จำเป็นต้องเกิดจาก"ไฟ" เท่านั้นนะคะ เพราะโดยจริงๆแล้วชนิดของแผล Burn นี้แบ่งหลักๆตามสาเหตุการเกิดได้หลายอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น
- - แผลไหม้ที่เกิดจากสารเคมีพวกกรด-ด่างเข้มข้น(แรง) ,
- - แผลไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้า ,
- - แผลไหม้ที่เกิดจากไฟเอง เป็นต้น
ซึ่งระดับการทำลายของเจ้าพวกตัวการเหล่านี้ที่ทำให้เกิดแผลไหม้บนผิวหนังเราเนี่ย มันยังแบ่งได้หลายระดับตามความรุนแรงของพยาธิสภาพที่เราได้รับค่ะ ก่อนที่แป้งจะไปพูดถึงต่อไปขอพูดปูไว้ก่อนถึงเรื่องผิวหนังของเราๆกันก่อนแล้วกันนะคะ เพื่อที่ท่านใดที่อ่านแล้วจะได้นึกภาพตามออก^^
ผิวหนัง(Skin) ของร่างกายเรานั้นหลักๆแล้วไม่ได้มีองค์ประกอบเพียงชั้นเดียวอย่างที่หลายๆท่านเข้าใจผิดกันที่ว่า ผิวหนังมีแค่ 2 ชั้นคือหนังกำพร้ากับหนังแท้ หรืออาจเข้าใจว่าผิวหนังบางๆเนี่ยมีแค่ชั้นเดียวเอง แต่จริงๆแล้วองค์ประกอบที่รวมกันเป็น Skin นั้นมีดังนี้คะ ดูจากภาพนะคะ
ไล่จากชั้นบนสุดลงมาล่างสุดดังนี้
1. Stratum corneum
2. Stratum lucidum
3. Stratum granulosum
4. Stratum spinosum
5. Stratum basalis
โดย 3 ชั้นแรก เราถือเป็นชั้นของ Epidermis หรือที่เรารู้จักกันในว่า ชั้นหนังกำพร้าค่ะ ส่วน Dermis คือชั้นที่ 4-5 ก็คือหนังกำพร้านั่นเอง
รู้จักหน้าตาของผิวหนังกันบ้างแล้วที่นี้มาพูดเรื่องของแผล burn กันต่อนะคะ จากที่พูดเอ่ยไว้ก่อนแล้วว่าระดับการทำลายของเจ้าพวกตัวการเหล่านี้ที่ทำให้เกิดแผลไหม้บนผิวหนังเราเนี่ย มันยังแบ่งได้หลายระดับตามความรุนแรงของพยาธิสภาพที่เราได้รับ ซึ่งเราสามารถแบ่งระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ
Define level of burn injury:
First degree burns ความผิดปกติ(พยาธิสภาพ) ที่เกิดขึ้นจะจำเพาะอยู่ที่ชั้นของEpidermis เท่านั้นค่ะ
ขั้นแรกนี้ ลักษณะของแผลที่เราพบได้คือ " Painful, dry, red areas that do not form blisters(think of sunburn)" แผลนี้จะทำให้เราปวดอย่างมาก(อาจพ่วงอาการแสบเหมือนโดนแสงแดดเผาประมาณนั้นเลยล่ะค่ะ) แล้วแผลก็จะแห้งๆ เห็นเป็นบริเวณสีแดงๆ แย่หน่อยก็อาจมี blisters ปรากฏได้ค่ะ (สำหรับblisters เราจำไม่ได้จิรงๆว่าความหมายที่เป็นชื่อเรียกแบบไทยมันใช่ตุ่มน้ำใสหรือเปล่า เลยยังไม่อยากเขียนให้แน่ชัดเพราะเดี๋ยวให้ข้อมูลผิดๆกับท่านผู้อ่านแล้วไม่ดีจ้า><" ก็เลยขอเรียกทับศัพท์ไปเลยละกันนะ)
Second degree burns ความผิดปกติ(พยาธิสภาพ) ที่เกิดขึ้นกินพื้นที่ของ Epidermisทั้งหมดและอาจเลย
ไปถึงระดับของชั้น Dermis บางส่วน
ขั้นที่สอง ลักษณะที่พบเป็นดังนี้;
" Painful, hypersensitive, swollen, mottled areas with blisters and open weeping surfaces '' ชั้นนี้ผู้ป่วยอาจจะเจ็บมากกว่าขั้นแรกและขั้นที่ 3 เนื่องจากเป็นระดับชั้นผิวหนังที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยงค่อนข้างมาก (และเป็นชั้นที่มีเส้นเลือดอยู่แยะพอควร)
Third degree burns ความผิดปกติ(พยาธิสภาพ) ที่เกิดขึ้น เราใช้คำว่า "full thickness"; all layers
the skin including the entire dermis พูดง่ายๆคือแผลมันลามลึกไปทุกระดับชั้น
ผิวหนังของเราเลยล่ะ (จัดว่ารุนแรงที่สุดเลย)
" Painless, insensate, swollen, dry, mottled white, and charred area; often described as dried leather " หากโดนมาถึงขั้นนี้แล้วผู้ป่วยก็มักจะไม่ค่อยเจ็บปวดกันแล้วค่ะ (หรือมีก็น้อยไม่มากเท่า 2 ระดับแรก) แผลที่เห็นก็จะแห้งๆ อาจเห็นเป็นวงขาวๆกระจายไปตามบริเวณที่มีแผล และเห็นเป็นแผลไหม้(คือศัพท์เขาใช้ว่า charred area ไม่รู้จะแปลเป็นไทยไงดี ถ้ายังไงอ้างอิงจากทับศัพท์ไปจะเข้าใจมากกว่านะคะ)
**มี textbooks บางเล่มอาจแบ่งเพิ่มเติมไปถึงระดับที่ 4 คือ กินพื้นที่ความเสียหายไปถึงกล้ามเนื้อและกระดูกก็ได้ค่ะ แล้วแต่ว่าจะยึด textbooks เล่มไหนเป็นแหล่งอ้างอิง
การที่เขาแบ่งระดับของแผล burn ไว้แบบนี้ นอกจากจะทำให้ง่ายต่อการวินิจฉัยคร่าวๆว่าผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ยังช่วยให้ง่ายต่อการดูแลรักษาระยะต่อไปด้วยค่ะ ซึ่งสำหรับการรักษานั้นเราขอไม่เอ่ยถึงละกันนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นวิชาการจ๋าเกินไปจนเหมือนเอาหนังสือมาท่องให้คนอ่านบลอคไปซะงั้น เหอๆ
จริงๆก็อยากเขียนเกี่ยวกับกลไกการเกิดเพลิงไหม้ของซานติก้าครั้งนี้มากเลยค่ะ เพราะเคยเรียนกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผจญภัยจากสำนักงานตำรวจมาเมื่อปีที่แล้ว แต่ข้อมูลที่เก็บไว้ดันหายไปไหนไม่รู้เลยอดไปเลย T T ถ้าไงไว้มีโอกาสจะกลับมาเขียนเกี่ยวกับเรื่อง " การผจญเพลิงไหม้ " ต่อๆไปนะคะ
ส่วนตัวแล้วเราเป็นคนไม่ค่อยชอบไปผับหรือสถานที่ๆคนเยอะๆและหนวกหูเลย แถมยังแพ้แอลกอฮอล์อย่างหนักอีกเลยโชคดีอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเสียเงินไปกับการไปผับมากนัก หลังจากที่รู้ข่าวเรื่องที่เกิดไฟไหม้ที่ผับแห่งนี้ มันสะท้อนหลายๆอย่างในความคิดเรานะ อย่างเช่น การฉลองปีใหม่นอกบ้าน โดยเฉพาะในสถานที่ๆคนเยอะๆแบบนั้น คงต้องเพิ่มความระมัดระวังในความปลอดภัยมากๆ และต้องระวังไว้ตลอดเวลาไม่ตกในความประมาท เพราะเราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าภัยที่อาจเกิดขึ้นได้มันจะเกิดเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่จะเขียนเพื่อบอกว่างดหรือไม่ให้ไปเที่ยวอะไรทำนองนั้นแบบนั้นเลยนะคะ
---------------------------------------------------------------------------
จบเรื่องสาระๆกันไปแล้วที่นี้ก็มาเรื่องเบาๆกันบ้างดีกว่าค่ะ
ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาเนื่องจากด้วยความเหงาจัดและห่างหายกันไปนานสำหรับการมีตติ้งระหว่างเรา พี่moondrop MISAKI และfoochan ซึ่งจริงๆก็มีความพยายามกันเหลือเกิ๊นที่จะนัดกันให้ได้ แต่มันก็ต้องมีอุปสรรคไม่ทางใดก็ทางหนึ่งสักทีสิน่า เพราะพอนัดกันได้แล้ว แป้งก็ดันอาหารเป็นพิษ อ้วกแตนอ้วกแตนจนเกือบได้เข้าไปนอนในรพ.ซะแล้ว หรือบางคราว เพราะฟูจังงานก็ยุ่งทำองค์ประชุมไม่ครบ 4 เสียที
จนในที่สุด ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ คราวนี้ครบไม่ครบไม่เป็นไร ได้เจอกันบางส่วนก็ยังดี และที่ดีที่สุดคือ พี่(พระนาง)ผึ้ง ก็มาได้ด้วยล่ะ(เฟ้ย) แอบดีใจ เพราะไม่ได้เจอกันมาปีหนึ่งพอดีเลยนับจากเจอกันครั้งสุดท้ายที่งานมีตติ้ง Saintหญิงแห่งTSS เมื่อปลายปี '50 เหอๆ ดีใจ๊ดีใจฮ่ะ>< สัญญากะฟูไว้ว่าจะเขียนมาเล่าก็ว่าจะเขียนตั้งกะวันมีต แต่จนแล้วก็เพิ่งมาได้เขียน ขอโทษที่ I'm so late เหลือเกินจ้าฟูเอ๋ย และด้วยเราไม่ได้เอากล้องไป ก็อาศัยรูปนี้ไปดูก่อนแล้วกันนะ ว่าเมนูอาหารเที่ยงของพี่ moondrop หน้าตาเป็นไง
>> พยายามวาดให้ดูออกที่สุดแล้วค่ะ -*-"
เริ่มแรกก็นัดเจอกันที่ร้านดังกินค่ะ แต่แป้งกับพี่ moondrop ไปเจอกันที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯก่อนแล้วจึงเดินเลยมาดังกิ้นด้วยกัน นั่งรออีก 2 คนไปพลางเราก็กินครัวซองผักโขม ส่วนพี่moondrop ดื่มกาแฟ+โดนัท 2 ลูกกลมเล็กไปพลางกัน สักพักมิซาจังก็ตามมาสมทบ เมาท์เรื่อยเปื่อยไปสักพักพี่ผึ้งก็หอบมาถึงค่ะ (รู้สึกว่าพี่ท่านหอบจริงๆนะ สงสัยว่าวิ่งมาหรือเปล่า)
จากนั้นก็เดินไปพารากอนว่าจะหามื้อเที่ยงกินกัน ก็ตกลงไปได้ร้านอาหารญี่ปุ่น ไม่รู้ชื่อร้านไรจำไม่ได้ ก็นั่งๆเมาท์ๆไปตามเรื่อง พี่ผึ้งก็ดี๊ดี แจกงานมาให้ด้วย(ล้อเล่นนะพี่ เหอๆ) เพราะพี่ผึ้งแท้ๆทำให้แป้งได้มีโอกาสยลโฉมงานฝีมือพี่ moondrop เป็นครั้งแรก(แต่จะครั้งสุดท้ายหรือเปล่าไม่ทราบ)เป็นบุญตาเจงๆ 555+ ส่วนมิซาจังรายนั้นวาดคล่องเร็ว คงส่งให้พี่ได้หลายภาพ ของแป้งที่ต๊ะพี่ไว้ก่อนนั้นก็ขอมาโปะเอาตรงนี้เลยนะคะ
พยายามวาดนังตี้ให้พี่สุดฤทธิ์เลยค่ะ ตอนแรกว่าจะวาดให้เสียวๆหน่อยแต่ไหงออกมาเป็นนายเงือกไปได้ไม่รู้ เออหนอ?? ไอ้ม่วงๆที่เห็นนั่นไม่ใช่ผ้าคลุมไหล่แต่เป็นครีบปลานะฮะ แต่ความสามารถไม่ถึงเลยออกมาเป็นไรไม่รู้เนี่ย แถมหลังจากที่แต่งภาพสแกนเสร็จดันเพิ่งมาเห็นว่า " เฮ้ย! ไฝนังตี้หาย!!! " ไม่แค่นั้น ครีบขวาของตี้ดันเส้นครีบหาย ไร้เกล็ดปลาอีกตะหาก แถมซิกแพคที่ลงสีไว้ก็มองแทบไม่เห็นเลย อ๊ากกกกกกกก ผิดพลาดอย่างแรงงงงงงงงง!!!!!! (ScremyO_o!!??)
ภาพนี้ก็ใช้สีไม้น้ำเหมือนเดิมค่ะ ไม่รู้ไปปรับภาพอีท่าไหนถึงออกมาเป็นแบบนี้ อยากบอกว่าต้นฉบับจริงๆสีมัน smooth กว่านี้เยอะเลยอะ เฮ้อ จนใจและจนสมองจริงๆเจ้าค่ะ พี่ผึ้งก็ทนๆเสียสายตาไปหน่อยละกันนะ ( สงสัยวันหลังต้องขอตัวไปฝากฝังเป็นศิษย์ผู้น้องของพี่ผึ้ง ฐานที่วาดซิกแพคเซนต์แต่ละคนได้ง้ามงามเกินห้ามใจไหว โหะๆ)
สำหรับการตอบเอนทรี่ข้าน้อยขอต๊ะไปไว้คราวหน้านะคะ คืนนี้เดี๋ยวมีงานต้องทำต่อคงจะตอบไม่ทันแล้ว ถ้าใครมีอะไรอยากฝากอยากพูดอยากเมนต์อะไรก็เขียนไว้ได้เลยนะจ๊ะ ไปล่ะ ฝันดีทุกท่าน
อาดิโอส... เจอกันเมื่อชาติต้องการ...
edit @ 7 Jan 2009 22:14:53 by Lavenya
edit @ 7 Jan 2009 22:19:28 by Lavenya
edit @ 19 Jan 2009 23:06:56 by Lavenya
หละ

เสียดายมากเลยที่ไม่ได้ไป ทำไมข้าน้อยชอบพลาดอะไรไปเรื่อยเลยน้า ซิกๆ
ภาพตี้เงือกของพี่แป้งพริ้วมากเลยค่า ถึงจะไม่มีไฝแต่ก็รู้ว่าเป็นตี้นะเนี่ย อิอิ ของเค้าแรง
คราวหน้าขอให้ได้ไปมีตย่อยด้วยเท้อ สาตุ๊!! (ขอพรให้ตัวเองนี่แหละ 555)
คิดถึงพี่แป้งจัง รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
#1 By ฟูจัง~* on 2009-01-07 22:19