[Updateล่าสุด] เจาะลึก**กุหลาบแวร์ซายส์** องก์ II
posted on 11 Jul 2009 10:27 by aillinks in classic-cartoonsสวัสดีค่าแฟนๆกุหลาบแวร์ซายส์ทุกท่าน^o^ วันนี้ยัยแป้งมีเรื่องน่ายินดีมาให้แฟนๆ (ไม่จำเป็นต้องชอบเรื่องการ์ตูนเรื่องกุหลาบแวร์ซายส์ก็ได้ หากท่านมีความชื่นชอบประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส โดยเฉพาะชีวประวัติของพระนางมารี อองตัวแนตต์) เพราะเมื่อวาน แป้งเพิ่งรู้มาว่าทางสนพ.อมรินทร์ได้ปล่อยหนังสือชุด (เรียกเป็นชุดเพราะในชุดนี้มี 3 Series ขององค์หญิงให้เลือก ซึ่งจะขอกล่าวไว้ตอนท้ายๆเอนทรี่นะคะ)
**ก่อนจะอ่านบทความในเอนทรี่นี้ เพื่ออรรถรสที่เข้มข้นยิ่งขึ้น แนะนำให้ทุกท่านลองไปอ่านเอนทรี่นี้กันก่อนนะคะ คือ เจาะลึก**กุหลาบแวร์ซายส์** องก์ I - edited version << จิ้มได้เลยค่ะ
ชื่อปกหนังสือคือ.........
" บันทึกราชนารี (The Royal Diaries)
มารี อองตัวแนตต์ (Marie Antoinette)
เจ้าหญิงแห่งแวร์ซายส์ (Princess of Versailles) "
หลังจากที่เราลองได้อ่านดู (ตอนแรกยอมรับว่าสงสัยหน่อยๆว่าจะคล้ายๆกับหนังสือ "บันทึกคำสารภาพของมารี อองตัวแนตต์ " สนพ.รวมสาส์น ที่เราซื้อมาตั้งกะเกือบสิบปีก่อนโน้นหรือเปล่า) ต้นพบว่าคล้ายกันค่ะ เพียงแต่การนำเสนอรูปแบบและเนื้อหาทั้งสองเล่มนี้ต่างกัน (ไม่มากขนาดบิดเบี้ยวความเป็นจริง ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าทั้งสองเรื่องนี้ คัดลอกมาจากต้นฉบับที่เป็นบันทึกการเขียนของพระนางฉบับเดียวกันจริงๆหรือเปล่า) แต่หลังจากที่แป้งลองได้อ่านเรื่องนี้ (ของอมรินทร์)ดูแล้ว ถ้าจะให้เปรียบหรือเล่าสู่กันฟัง คงจะประมาณนี้
"บันทึกราชนารี มารี อองตัวแนตต์ฯ" จะกล่าวถึงบันทึกของเจ้าหญิงพระองค์น้อยพระนามเดิมคือ " อาร์ชดัชเชสมาเรีย แอนโทเนีย โจเซฟา โจฮันนา" พระราชธิดาในสมเด็จพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา แห่งฮับสเบิร์ก แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ของประชาชาติเยอรมัน กับ สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซิสแห่งลอร์เรนผู้ล่วงลับ ย้อนไปในรัชสมัยทรงมีพระชนมายุได้ 12 ย่าง 13 ชันษา ช่วงก่อนที่จะมีสาส์นตอบรับการสู่ขอเจ้าหญิงแห่งออสเตรีย(ในปัจจุบัน) ให้กับ หลุยส์ ออกุสต์ หรือต่อมาก็คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ XVI นั่นเอง และในหนังสือเรื่องนี้ ได้บันทึกเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ ของพระองค์ตั้งแต่การเตรียมการเพื่อย่างก้าวสู่ความเป็นสตรีที่มีอำนาจที่สุดในยุโรปขณะนั้น คือ ราชินีแห่งฝรั่งเศส จนกระทั่งถึงตอนที่พระองค์เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ที่แวร์ซายส์จนกระทั่งต้องเผชิญหน้ากับ มาดามดูบาร์รี สนมของพระเจ้าหลุยส์ที่ XV ศัตรูตัวฉกาจของมารี อองตัวแนตต์ (หากหลายคนยังจำอนิเมกันได้ เทียบเท่าช่วงต้นอนิเม ประมาณตอนที่ 3 เป็นต้นไปจนถึงตอนที่ 10 แป้งจำได้ลางๆนะ หากผิดพลาดเรื่องตอนในอนิเมก็ต้องขออภัยด้วย) เนื้อหาในหนังสือจบลงแค่ตรงนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีปล่อยออกมาอีกเล่มหรือไม่ (ภาวนาขอให้มี)

ในขณะที่หนังสือเรื่อง " คำสารภาพของมารี อองตัวแนตต์" จริงๆเนื้อหาที่พิมพ์ออกมาจะว่าเป็นบันทึกก็ไม่ใช่ นิยายที่ใช้ตัวเอกเป็นบุรุษที่ 1 (นิยายที่ชอบเล่าว่า ฉันทำอย่างนั้น ฉันเจออะไรแบบนี้มา ทำนองนี้ เป็นต้น) ก็ไม่เชิง แต่ก็ให้กลิ่นอายแบบชีวประวัติมากกว่า เพียงแต่ไม่รู้ทำไม บอกไม่ถูกว่าเล่มนี้ให้อารมณ์เป็นดราม่าและดูสมจริง(อิงนิยายหน่อยๆ เพราะเราไม่รู้ว่าบันทึกที่คนจัดทำต่างชาติต้นแบบเล่มนี้เอามาแต่ความจริงหรือใส่สีตีไข่ลงให้มันส์เข้าไปบ้าง) กว่าเล่ม "บันทึกราชนารีฯ" ซึ่งดูเหมือนบันทึกสมชื่อ มีการระบุวันเดือนปี ค.ศ. เริ่มตั้งแต่ปี 1796 ไล่เรื่อยมา ลักษณะก็เหมือนเด็กผู้หญิงตัวน้อยคนหนึ่งฝึกเขียนบันทึกประจำวัน ว่าวันหนึ่งๆเธอต้องทำอะไรบ้าง เจออะไรมาบ้าง และความรู้สึกนึกคิดของเธอ ณ ตอนนั้นๆที่กำลังบันทึกเขียนเป็นเช่นไร
อ่านแล้วก็ต้องยอมรับว่า 'Image' ภาพลักษณ์ของเจ้าหญิงมารี แอนโทเนียฯ เทียบกันระหว่างสองเล่มแล้วออกจะต่างกันนิดหน่อย (อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวแป้งนะคะ หลังผ่านการอ่านมาแล้ว แต่เพื่อนๆทุกท่านจะรู้สึกเช่นเดียวกันหรือเปล่านั้นบอกยากส์ค่ะ ต้องให้ลองได้สัมผัสเองแล้วมา discuss กันจะ OK กว่า) โดย มารี แอนโทเนียของบันทึกราชนารีนั้นออกแนวเจ้าหญิงตัวน้อยที่ไร้เดียงสา บริสุทธิ์ ดูมีชีวิตชีวาและสดใสเปรียบประดุจดอกไม้แรกแย้มมาก อีกทั้งยังซื่อตรงต่อความรู้สึกตนเอง(แค่กับในบันทึกนะ)
แต่เจ้าฟ้าหญิงมารี แอนโทเนียฯของคำสารภาพมารี อองตัวแนตต์ ออกจะดูหม่นเศร้า มืดมนและดูซับซ้อนมากกว่า โดยเฉพาะอารมณ์ทางด้านมืดของเธอที่เราอ่านเจอนั้นเทียบกันได้เลยว่าระดับมันต่างกันมาก หรืออาจเป็นเพราะคนเขียนบันทึกราชนารี ตั้งใจจะเขียนให้อ่านเป็นวรรณกรรมเยาวชน ผิดกับทาง คำสารภาพของมารี อองตัวแนตต์ ที่เป็นหนังสือจากความจริง และเป็นหนังสือที่อ่านได้ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่สนใจชีวประวัติของพระนางอย่างละเอียดเสียมากกว่าก็ได้ ถึงทำให้เรารู้สึกได้แบบนี้
จากเนื้อหาบางส่วนของบันทึกราชนารีฯ เท่าที่เราอ่านไปจนเหตุการณ์ผ่านไปประมาณปีแรกของการเตรียมองค์จากเจ้าหญิงแห่งออสเตรียขึ้นสู่พระราชินีแห่งฝรั่งเศส ทำให้เรารู้(กลายๆ)ว่าพระมารดาเทเรซานั้น แท้จริงแล้วออกจะค่อนข้างกดดันและเข้มงวดต่อพระธิดาแอนโทเนียค่อนข้างมาก ดั่งจะเห็นได้จากเนื้อหาบันทึกฯที่เจ้าหญิงทรงเขียนให้เราเข้าใจทั้งโดยทางตรงและเป็นนัยๆตลอดเวลา อีกทั้งแอนโทเนียจะทำอะไร ที่ไหนอย่างไรก็ไม่เคยรอดพ้นหูตาของพระนางเทเรซาได้เลยสักครั้ง จนบางครั้ง เจ้าหญิงน้อยถึงกับทรงประชดคิดในพระทัยว่า
" .....เพคะ สมเด็จแม่ ลูกไม่ใช่คน ลูกไม่ใช่ผู้หญิงด้วยซ้ำ
ลูกมันก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญเป็นจักรวรรดิด้วย
จักรวรรดิไม่มีความรู้สึก จักรวรรดิไม่มีความสนใจหรืองานอดิเรกอย่างขี่ม้าหรือเต้นรำ
จักรวรรดิไม่ลุยน้ำเล่น จักรวรรดิไม่ผูกมิตร
มีแต่พันธมิตรเท่านั้น ....."
พระองค์ทรงทำทุกวิถีทางที่จะทำให้หลุยส์ที่XV ส่งราชสาส์นสู่ขอธิดาของพระองค์ให้กับหลุยส์ ออกุสต์ เพื่อที่จะได้ให้เชื้อสายของพระองค์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์อันโด่งดันที่สุดของยุโรปและได้เป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศสในการต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจของพระองค์ นั่นคือ พระเจ้าเฟรดอริกมหาราชแห่งปรัสเซีย เนื่องจากเฟรดอริกได้รุกรานไซลีเซียซึ่งเป็นดินแดนแห่งหนึ่งภายใต้การปกครองของพระนางเทเรซาและแย่หน่อยตรงที่ไซลีเซียนั้นเป็นดินแดนที่มั่งคั่งที่สุดของออสเตรีย ณ ขณะนั้นด้วย จนสุดท้ายก็ต้องเสียไซลีเซียให้กับปรัสเซียไปทำให้พระนางเทเรซาสาบานไว้ว่าจะไม่ยอมเสียดินแดนใดให้กับเจ้าอสูรร้ายตนนี้(หมายถึงพระเจ้าเฟรดอริกฯ)อีก
และนี่เองที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งว่าทำไม พระนางเทเรซาถึงกระเหี้ยนกระหือรือนักในการผูกสัมพันธไมตรีกับหลายชาติด้วยการส่งพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระองค์ไปแต่งงานทางการเมือง ดั่งจะเห็นได้จากตัวอย่างย่อหน้าหนึ่งของในบันทึกฯของเจ้าหญิงมารี อองตัวแนตต์ว่า........
" ......ท่านทรงมีวาทะมากมาย รวมถึงคำขวัญประจำครอบครัว ซึ่งท่านทรงท่องอยู่ตลอดเวลา
'คนอื่นเขาทำสงคราม แต่เจ้า โอ้ ออสเตรียแสนสุข ทำการวิวาห์' ถ้อยคำเหล่านี้ได้รับการ
จารึกเป็นภาษาละตินบนตราประจำตัวและตราสัญลักษณ์มากมายทั่วพระราชวัง
แต่นั่นหาได้เพียงพอสำหรับสมเด็จแม่ไม่ ท่านตรัสคำขวัญนี้ตลอดเวลา
เป็นภาษาลาติน ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาเลียน..........
....... เป้าหมายของสมเด็จแม่คือการให้พวกเราพระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์
ได้เสกสมรสกับกษัตริย์หรือราชินี เจ้าชายหรือเจ้าหญิง ดยุคหรือดัชเชส
นั่นคือวิธีการทำให้จักรวรรดิขยายตัว ได้ดินแดนใหม่ ได้เพื่อน
หรือพันธมิตรที่จะช่วยเรายามสงคราม ด้วยการเสกสมรส
เราอาจได้มาซึ่งสันติภาพ มันเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ามากในความคิดของสมเด็จแม่ ......."
เอาล่ะค่ะ ไม่อยากสปอยด์ไปมาก เดี๋ยวจะไม่สนุก อยากสนับสนุนให้เพื่อนๆที่สนใจหาซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านกันดูนะคะ เพราะนอกจากความรู้เกี่ยวกับสมัยนั้นเช่นเรื่องเครื่องแต่งกาย วัฒนธรรมประเพณีความแตกต่างระหว่าง 2 ชาติ ระเบียบปฏิบัติธรรมเนียมในราชสำนัก(แบบแปลกๆสำหรับชาวบ้านอย่างเราๆ) ก็มีให้อ่านกันมากมาย
ใจจริงอยากเขียนให้มากกว่านี้อีกค่ะ มีอะไรมาเล่าให้ฟังกันอีกเยอะมาก จากข้อมูลที่เพียรสะสมมาเรื่อยๆ แต่เสียดายที่เราไม่มีเวลานี่จิ (เขียนมาจนถึงบรรทัดนี้เบ็ดเสร็จก็ปาไป 4 ชม.แล้ว มาราธอนมากกกกกกกกอีกแล้ว โฮกกกกกกกกกT^T) ถ้าอย่างไงเร็วๆนี้อาจจะมาจัดทำใหม่เป็นฉบับ edited version เหมือนกับเอนทรี่นี้องก์ I นะจ๊ะ วันนี้ขอตัวไปทำงานก่อนละ เดี๋ยวส่งไม่ทันคอขาดเอา
สุดท้ายนี้อยากวานเพื่อนๆที่เห็นว่าเอนทรี่นี้ดี ก็รบกวนรดน้ำต้นไม้ (หรือจะโปะดาว อิอิ) ให้ด้วยนะค้า>< ขอบคุณมากๆจ้า
ปล. ใครมีอะไรอยากเมาท์เกี่ยวกับเรื่องนี้ละเลงเมนต์ได้เต็มที่นะจ๊ะ
Credit;
บันทึกราชนารี มารี อองตัวแนตต์ เจ้าหญิงแห่งแวร์ซายส์ ( The Royal Diaries Marie Antoinette Princess of Versailles โดย แคธรีน ลาสกี แปลโดย ปิยณัฐ รัตนเดช) สนพ.อมรินทร์
รูปภาพจากหลายเวปหา search in Google เอานะคะ
คำสารภาพของมารี อองตัวแนตต์ สนพ.รวมสาส์น
edit @ 11 Jul 2009 14:06:09 by Lavenya

แวบไปอ่าน entry ที่แล้ว เสียดายน่าจะเจอก่อนหน้านี้ จะได้แปลหนังสือง่ายขึ้น เพราะข้อมูลละเอียดยิบเลย เอามาใช้แปลได้หมด ^^
ดูท่าทางเราน่าจะรุ่นเดียวกันนะเนี่ย เรียนปีไหนแล้วครับ
#1 By DoRaePEET (202.28.183.10) on 2009-07-11 20:21