สวัสดีค่ะเพื่อนๆ หวังว่าแป้งคงจะไม่ได้ดองบลอคไปนานจนที่นี่ที่ร้างไปแล้วนะเนี่ย เหอๆ

           ผ่านมานานแต่ก็ยังไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาอัพดี มันเป็นได้ทั้งสองอย่างเลยค่ะคือ มีเรื่องมากมายให้อัพแต่ไม่รู้จะหยิบเรื่องไหนมาพูดให้มันดูมีสาระกะเขาหน่อย กับสอง ไร้เรื่องที่จะเขียนโดยสิ้นเชิง -*-" เผอิญช่วงนี้ยุ่งๆกับเรื่องเรียนอีกแล้วค่ะ แถมมีปัญหาชีวิตสารพัดอีรุงตุงนังพอดูทำให้ไม่ได้ทำอะไรจริงๆจังๆสักที วันนี้หลังจากปล่อยอารมณ์ตัวเองไปเรื่อยๆแล้วก็เลยหยิบเรื่องที่ยังค้างคาเขียนไม่เสร็จมาอัพต่อก่อนดีกว่านะคะ

           จากเอนทรี่ก่อนที่ได้กล่าวถึงเครื่องแบบฝ่ายชายไปแล้ว (กดจิ้มเลยจ้า)  วันนี้เลยจะมาพูดต่อถึงเครื่องแบบของฝ่ายหญิงบ้างนะคะ

 

           แพทย์ทหารนั้นเนื่องจากมีเหตุจำเป็นให้ผัดเปลี่ยนชุด(เป็นว่าเล่น)บ่อยครั้งตามวาระและโอกาสต่างๆแล้วแต่จะอำนวย จึงทำให้มีเครื่องแบบอยู่มากมาย (จนบางครั้งเราเองก็ออกรำคาญหน่อยๆเพราะการต้องเปลี่ยนหลายชุดนี่แหล่ะ สถิติสูงสุดที่เคยเจอะมาคือเปลี่ยน 3 ชุดใน 1 วัน จนชักเข้าใจความรู้สึกของพวกcatwalk หลังเวทีขึ้นมาตะหงิดๆ)   แป้งเลยขอมาแนะนำชุดอันแสนสง่างามและน่าภาคภูมิใจมาเผยโฉมกันหน่อย โดยแต่ละชุดนั้นก็จะมีความสำคัญเรียงลำดับจากมากไปน้อยอีกด้วย ดังนี้ ชุดก.-->ชุด ข.-->ชุดค.-->ชุดกศ./ชุดปฏิบัติงานบนวอร์ด--> ชุดพละ--> ชุดฝึก --> ชุดขาวเขียว (จริงๆแต่ละชุดมีชื่อเต็มๆของมันอยู่ แต่เนื่องจากเรากลัวจำสลับผิดๆถูกๆ เลยขอไม่พูดถึงนะ แอบอายเหมือนกัน ใส่มาหลายปีแต่ติดปากเรียกแต่ชื่อย่อ ชื่อจริงยาวๆดันเลยลืมซะงั้นT T)

หมายเหตุที่ 2:: กรุณาทำความเข้าใจสักนิดว่าความเป็นจริง เหล่าแพทย์ทหารนั้นก็มีระเบียบปฏิบัติไม่ต่างจากทหารเท่าไหร่ เพียงแต่เนื่องจากเพื่อความสวยงาม เราจึงขอให้นางแบบที่มาใส่ชุดเหล่านี้ไว้ผมทรงต่างๆและหลากสีผมได้นะฮะ ( สำหรับผู้หญิงนั้นหากผมสั้น อนุญาตให้ยาวได้ไม่เกินคางค่ะ ส่วนถ้าใครจะไว้ผมยาว จำเป็นต้องรวบให้เรียบร้อย เครื่องประดับต่างๆให้ใช้สีดำได้เท่านั้นค่ะ )

 

 

                                   

 

             ไล่จากซ้ายไปขวาคือ ชุดข.--> ชุด กศ. --> ชุดวอร์ด

 พยายามวาดให้ออกมาใกล้เคียงกับชุดของจริงแล้วค่ะ แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยอย่างเครื่องหมายที่ติดตามหน้าอกกับบ่า ฯลฯ อาจมองไม่เห็นและไม่สามารถวาดได้ขนาดนั้น ก็ดูกันแบบนี้ไปก่อนนะ

 

              ชุดข. ความสำคัญ ใช้ใส่ในโอกาสวันสำคัญๆของทางราชการ เช่น วันกองทัพไทย เป็นต้น สำหรับผู้หญิงนั้นบ่มีกระบี้สั้นนะเออ เป็นความชีช้ำของผู้หญิง(อย่างเราๆขอบ่นหน่อยเหอะ) เหตุผลง่ายๆเพียงเพราะชุดของผู้หญิงนั้นไม่มีที่สายที่ห้อยกระบี่อีกทั้งหากใส่กระโปรงแต่ดันมีกระบี่สั้นเหมือนผู้ชาย ดูไม่เข้ากันอย่างแรง!  ด้านในของสูทนั้นใส่เป็นเชิ้ตยาวสีเขียวกากีทับไว้ ผูกด้วยเนคไทสีเดียวกันสูทเช่นกัน นอกจากนั้นยังใช้ใส่เพื่อเข้าร่วมประชุมสำคัญๆและใส่เพื่อปล่อยแถวกลับบ้านในโอกาสสำคัญๆ (ปล่อยแถวเป็นไงไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟัง)

ความเห็นส่วนตัว:: ในบรรดาทุกชุดอยากบอกว่าชอบใส่ชุดนี้ที่สุดแล้ว ดูเหมือนทหารที่สุด แถมใส่แล้วดูสง่าและเท่ห์โค-ตะ-ระเล้ย

 

              ชุดก. (ไม่ได้วาดไว้ในนี้ เพราะจริงๆแล้วมีลักษณะเหมือนชุดข.เป๊ะ ต่างกันแค่เป็นสีขาวทั้งชุด เครื่องหมายประดับก็ใช้อย่างเดียวกับชุดข.ค่ะ) ความสำคัญ ใช้ใส่ในโอกาสสำคัญที่สำคัญยิ่งกว่าชุดข. งงกันไหม ยกตัวอย่างคือ วันพ่อ วันแม่ เป็นต้น โอกาสที่จะใส่หลักๆเหมือนชุดข.เด๊ะ

ความเห็นส่วนตัว :: เป็นชุดที่ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากจะใส่ที่สุด เพราะสกปรกง่าย ซักออกก็ยาก ไม่ว่าชายหรือหญิงใส่แล้วดูเหมือนข้าราชการC.....(สุดๆ)

              ชุดฝึก/ชุดพราง(ไม่ได้วาดไว้ในนี้ เพราะชุดเหมือนกับของฝ่ายชายค่ะ) ความสำคัญ ใช้ใส่ขณะเข้ารับการฝึกวิชาทหาร หรือเข้าร่วมภารกิจสำคัญๆที่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งลงมา 

               ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือ การเป็นแพทย์ทหารอย่าเข้าใจว่าจะมีแต่การเรียนหมอเหมือนที่อื่นๆนะฮะ อย่างที่เคยพูดไว้หลายเอนทรี่แล้วว่ามันมีการเรียนวิชาทหารหลายครั้ง จะให้ใส่ชุดธรรมดาไปฝึกก็คงได้กระจุยกระเจิงไปก่อนเสร็จสิ้น หรือดีไม่ดีแทนที่จะอำพรางตัวจากข้าศึกได้ดันถูกจับได้ซะงั้น

ความเห็นส่วนตัว:: เป็นชุดที่ใส่ทนสุดยอด (ทนพอๆกับซับในที่พวกเซนต์แห่งอาธีน่าเลยมั้ง โดยเฉพาะเจ้าบักอึกเซย่าและผองเพื่อนอีก 4 คนที่แม้จะสู้จนใกล้เดี้ยง บรอนด์คลอธแตกกระจุยเป็นเสี่ยงๆยังไงไอ้เจ้าชุดด้านในมันก็ยังติดตัวอยู่ได้ มหัศจรรย์เจงๆ)

                             ด้านในจะใส่เสื้อยืดเนื้อบางไว้อีกชั้น ซึ่งหากถอดเสื้อตัวนอกออกก็จะกลายสภาพเป็นชุดฝึกครึ่งท่อน ดังที่เห็นในภาพต่อไปข้างล่างค่ะ  อยากบอกว่าชุดเขาดีมากนะ เคยใส่ไปลุยน้ำลุยโคลนเปียกๆแหยะๆก็ไม่เป็นไรสักนิด แต่ข้อเสียมีอยู่อย่างเดียวคือร้อนยังกะเข้าห้องซาวด์น่า (ไม่แปลกใจเล้ยหากใส่เจ้านี้นานๆแล้วน้ำหนักจะลดได้หรือระอุจนเกิด Heat Stroke ไปเลย)

 

              ชุดปฏิบัติงานบนวอร์ด หรือที่เรียกกันว่าชุดวอร์ด นั่นแหล่ะเออ

               ความสำคัญ  เป็นชุดที่นักเรียนแพทย์ทหารใช้ใส่กันเมื่อเข้าสู่ชั้นปีที่ 3 ตอนปลายก่อนขึ้นปี 4 เป็นนักเรียนชั้นสูงค่ะ ( ที่นี่มีระบบเรียกนักเรียนแพทย์ทหาร=นพท. ดังนี้ค่ะ ปี4-6 เป็นพี่นักเรียนชั้นสูง ปี 3 เป็นพี่นักเรียนอาวุโส และน้องเล็กปี 2 จะเรียกนักเรียนใหม่หรือปีสองค่ะ ปี 1 ไม่นับเนื่องจากขณะนั้นยังมีสถานภาพเป็นพลเรือน โอ้ลัลล้ากับชีวิตเป็นนิสิตม.เกษตรฯอยู่ ยังไม่ถือเป็นนพท.นะคะ แต่เราจะเรียกน้องปี1เหล่านี้ว่า เตรียมฯแพทย์ฯค่ะ)

               ข้อสังเกตส่วนตัวนะคะ คือเมื่อก่อนเราเองก็เข้าใจว่าที่นี่ก็คงเหมือนแพทย์คณะอื่นๆอีก 12 สถาบันทั่วไปที่พอขึ้นสู่ปี 4 แล้ว ชุดกาวน์ที่ใส่นั้นก็คงเป็นกาวน์สั้นดังที่เห็นในรูป ไม่ต่างกัน แต่เราเพิ่งทราบข้อเท็จจริงว่าแพทย์ที่อื่นนั้น จะใส่เป็นกาวน์สั้นกันก็ต้อนอยู่ปี 6 (หรือ Extern) กันแล้วค่ะ ปี1-5 ของเขายังคงเป็นกาวน์ยาวอยู่ และอีกจุดที่เราสังเกตได้คือ สีของชื่อที่ปักบนเสื้อวอร์ดนั้น ของที่อื่นชั้น extern จะเป็นตัวอักษรสีแดง และพี่แพทย์ประจำบ้าน (หรือหมอ'dent) ชื่อปักจะเป็นสีเขียว แต่ของพระมงกุฎนั้นตรงกันข้ามค่ะ นพท.จะใช้สีชื่อปักสีเขียว ระดับหมอ'dent เป็นสีแดงค่ะ อันนี้ก็ไม่ทราบประวัติความเป็นมาเหมือนกันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

 

            ชุดกศ. หรือเรียกเต็มๆว่า ชุดกองการศึกษา ค่ะ

            ความสำคัญ เป็นชุดที่หากเปรียบเทียบแล้วก็เป็นชุดนิสิตดีๆนี่เอง ใช้ใส่เวลาไปเข้าเรียนตามปกติค่ะ ชุดนี้เราจะใส่กันเฉพาะปี 2-3 ส่วนปี4-6 เราจะใส่ต่อเมื่อเข้าประชุมเวลาผู้บังคับบัญชาประจำแต่ละเดือนเท่านั้น ฉะนั้น ใครที่หากมีโอกาสมาที่โรงพยาบาลนี้ อย่าแปลกใจนะคะว่าทำไมนักศึกษาแพทย์ที่นี่เขาใส่กันหลายชุดหรือดูไม่เหมือนหมอกันเลย มันมีที่มาคร่าวๆประมาณนี้ล่ะค่ะ^^"

 

            วันนี้ขอแค่นี้ก่อนละกันนะคะ ไว้โอกาสหน้าจะทยอยเอามาลงอีก เผอิญตอนนี้ไม่ได้วาดรูปมานานมาวาดอีกทีมันเลยไม่ค่อยงามตาเท่าไหร่ มืองี้สั่นกึกๆตลอดเวลาเลยอ่าT T

edit @ 20 Oct 2009 21:20:02 by Lavenya

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มีหลายชุดจริงๆเลยค่ะ
แต่ว่าชุดซับในของพวกเซย่ามันก็ทนจริงๆด้วยแหละ 555> </ไม่อย่างนั้นเกิดขาดขึ้นมาก็คง......

#1 By ~::Mika::~ on 2009-10-19 13:14

ความรู้จริงๆๆๆ

#2 By phayanark on 2009-10-19 15:33

โอ้โห น้องแป้งอธิบายละเอียดได้ความรู้ดีมากเลยจ้ะ ไม่นึกว่าจะต้องเปลี่ยนหลายชุดขนาดนี้นะเนี่ย ได้เป็นแค็ทวอล์กจริงๆ ซะล่ะมั้ง กิกิconfused smile

แล้วก็บีจีนั่นๆๆๆๆๆๆๆ คุราม้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
คิดถึงมากๆ เลยจ้ะ บางทีพี่ก็ยังเอายูยูมานั่งดูนะ เป็นอนิเมะอมตะในดวงใจไปแล้วจ้า ไม่เคยเบื่อเลยจริงๆ นะcry cry cry

อ้า ส่วนการ์ตูนแองเจลีกอีกเรื่องที่น้องแป้งถามมันของวิบูลย์กิจสินะจ๊ะ รู้สึกจะมีซักเม้นท์นี่แหละที่บอกอย่างนั้น เห็นว่าไม่ได้ออกมา 4 ปีแล้ว ง่าsad smile sad smile ซีรี่ส์นั้นพี่ไม่ได้แปลล่ะจ้ะ น่าเสียดายแฮะ ตอนนี้พี่เสนอนิยายของฮารุกะกับนีโอฯ ไปด้วยแล้วจ้ะ ถ้าโอเคได้ LC ก็จะลุยแปลอย่างเร็วเลย เป็นบรรดาซีรี่ส์ที่ไม่ดองงาน แปลกมาก 55+

คิดถึงนะจ๊า รักษาสุขภาพด้วยdouble wink

#3 By wanako_chan on 2009-10-20 23:09