Medicine

            อาทิตย์หน้าจะสอบลงกองศัลยกรรมแล้วค่ะ เลยขอมาอัพบลอคทิ้งท้ายไว้หน่อยดีกว่า มีเรื่องอยากจะเขียนมากมายแต่ไม่รู้ทำไมกดแป้นพิมพ์ไม่ออกเล้ย ให้ดิ้นตาย

 

           ตามหัวข้อเอนทรี่นะคะ เนื่่องจากวันพุธที่ 22 ก.ค.2552 จะมีงานกิจกรรมเปิดรั้วร.ร.แพทย์ทหาร(วพม.) หรือ Open House PCM เลยอยากเชิญชวนน้องๆที่สนใจมาร่วมกิจกรรมนี้ได้ค่ะ โดยทางชมรมวิชาการของวพม.นั้นคาดว่าได้จัดส่งจดหมายและโปสเตอร์เกี่ยวกับรายละเอียดของงานนี้ไปตามโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศแล้ว และที่ทราบมาคร่าวๆตอนนี้ มีโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วมและตอบรับจดหมายกลับมาหลายร้อยโรงเรียนทีเดียว (คาดว่าปีนี้ เด็กคงจะเยอะกว่าปีก่อนแหงมๆ เท่าที่ฟังพรายกระซิบมายอดทะลุน่าจะเกิน 4000 คนได้แล้ว O_o!!?) 

           ความจริงผู้ที่ดำเนินงานหลักๆจะเป็นน้องปี 2-3 ค่ะ โดยพวกพี่แก่อย่างปี 4-6 นั้นจะไปประจำตามฐานและช่วยงานในบางส่วนที่ค่อนไปทางวิชาการมากกว่า ส่วนด้านเนื้อหากิจกรรมว่ามีอะไรให้ทำกันบ้าง อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ เพราะปีนี้เดาใจอาจารย์ผู้ดูแลงานหลักทั้งหมดไม่ออกเลยว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรกันหรือเปล่า น้องๆคงต้องลองไปสอบถามกับอาจารย์ที่โรงเรียนดูแล้วล่ะค่ะ 

          โดยงานเด่นจริงๆของ Open House นี้คืองานแข่งขันตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ิชิงถ้วยรางวัลพระราชทานจะสมเด็จพระเทพฯค่ะ ซึ่งปกติแล้ว แต่ละโรงเรียนสามารถส่งตัวแทนมาเข้าร่วมแข่งขันได้โรงเรียนละ 2 คน โดยปีก่อนๆที่ผ่านมาจะมีสอบหลายวิชาทางสายวิทย์ ไล่ตั้งแต่ เลข ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ+/-อังกฤษ แต่ปีนี้ แว่วเสียงเรไรมาว่าจะตัดให้เหลือแต่การสอบวิชาชีววิทยาล้วนๆค่ะ วิชาเดียวเนี่ยแหล่ะ  ซึ่งระหว่างที่มีการแข่งขันตอบปัญหานั้น ด้านนอกหอประชุมสถานที่จัดสอบก็จะมีกิจกรรมอย่างอื่นให้เข้าร่วมมากมายเช่น

           - มีพี่ๆพาทัวร์ชมพระราชวังพญาไท เอกลักษณ์แห่งสถาบันอันทรงเกียรติของวพม.และรพ.พระมงกุฎแห่งนี้อย่างทั่วถึง 

           - มีแนะนำสถาบันถึงความเป็นมาเป็นไป และเปิดโอกาสให้น้องๆได้ซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นนักเรียนแพทย์ทหารได้ในงานค่ะ

           - กิจกรรมทางด้านสันทนาการและวิชาการ เช่น พาทัวร์ชมหอพักของนักเรียนแพทย์ทหาร ว่าเป็นอย่างไรเอย มีเปิดซุ้มเป็นสถานีสาธิตการเจาะเลือด การช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้น และอื่นที่น้องๆจะได้เห็นว่าเหล่าพี่ๆหมอเขาเรียนอะไรกันบ้าง และรู้สึกฐานที่ฮิตติดอันดับต้นๆเหมือนทุกปีเช่นเคยก็คงไม่พ้นการพาชมอาจารย์ใหญ่ และชิ้นเนื้อร่างกายของเรา(หากนึกภาพไม่ออก ลองนึกไปถึงพิพิธภัณฑ์ที่มีซีอุยของศิริราชนะคะ ให้อารมณ์ประมาณนั้น)

           จริงๆเราก็ห่างเหินจากรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ไปนาน 2 ปีกว่าได้ เพราะส่วนใหญ่ต้องทำงานบนวอร์ดรพ. เลยไม่ค่อยได้กลับไปดูงานเปิดรั้วฯทันสักครั้ง

           

            หากมีข้อสงสัยสักถามเพิ่มเติมได้ที่ www.pcm.ac.th เข้าไปที่บอร์ดสโมสรนพท. นะคะ

 

 

ปล. ไว้สอบเสร็จศุกร์หน้าจะเริ่มลงมือสาง TAG สางรีเควสภาพวาดให้ทุกคนแล้วค่ะ 

ปล.2 อย่าลืมรดน้ำต้นไม้ให้เค้าน้าตัวเอง จะเฉาตายแย้วอ่า

             สวัสดีค่า เพื่อนๆทุกคน สบายดีกันไหมคะ?

                           เนื่องจากวันที่ 25-26 มิ.ย. นี้แป้งจะสอบลงกองศัลยกรรมเพื่อวนไปเรียนวอร์ดสูติ-นารีเวชแทนแล้ว เลยอาจไม่ค่อยได้อัพบลอคเท่าไหร่ (เลยดองมานานแทบจะเดือนละเอนทรี่อย่างที่เห็น) แต่วันนี้แม้จะยุ่ง แต่เราจำเป็นต้องมาอัพเอนทรี่นี้ให้ได้ล่ะค่ะ

              นั่นเพราะระยะหลังๆมานี้ มีน้องๆหลายคนแอด msn เรามากันมากมาย จนเราตอบไม่ไหวและไม่ค่อยมีเวลาจะตอบด้วยค่ะ เหตุเพราะที่เห็นเราออนเอ็มนั้น ส่วนหนึ่งเพราะต้องทำรายงานเตรียม present อาจารย์ค่ะ เลยแทบไม่ได้คุยกับใครเลย แล้วเท่าที่สังเกต สิ่งที่น้องๆมักถามกันเข้ามาก็เป็นข้อสงสัยเหมือนๆกันอีกต่างหาก ฉะนั้นจะให้เรานั่งตอบทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ เลยอยากให้น้องๆที่สนใจอยากจะทราบเงื่อนไขการสอบเข้ามาเรียนที่วพม. ได้อ่านเอนทรี่นี้นะคะ  โดยให้เข้าไปตามลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

 http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=pcmclub&topic=1800

 

                  เวปบอร์ดนี้เป็นเวปรวมของสโมสรนักเรียนแพทย์ทหาร ที่น้องๆสามารถสอบถามข้อสงสัยต่างๆที่นี่ได้ค่ะ จะมีพี่ๆที่ติดตามข่าวสารหรือทราบรายละเอียดเรื่องนี้ดีมาตอบให้ ที่จริงแล้วพี่เองก็ห่างการเอนทรานมาหลายปีแล้ว นับๆดูก็เกือบ 6 ปีแล้วคะ่ แถมสมัยพี่มันสอบด้วยระบบสอบกลาง+GPA5%+PR5%  แตกต่างจากระบบปัจจุบันมากนัก ฉะนั้นพี่เลยไม่สามารถให้คำแนะนำน้องๆเรื่องการคิดคะแนนหรือหนทางในการเลือกได้ดีเท่าไหร่นัก

                                 

 

                 สุดท้ายนี้ หากมีข้อสงสัยอะไรจริงๆ  ให้น้องถามพี่มาทางอีเมลล์เท่านั้นนะคะ ขอร้องว่ากรุณาอย่าแอด msn  พี่เพราะถึงแอดมาพี่ก็ไม่สะดวกตอบจริงๆ เพราะต้องทำงานค่ะ  

                และหากอ่านแล้วยังสงสัยเพิ่มเติมอะไรให้มาเมนต์ถามไว้ที่เอนทรี่นี้นะคะ ถ้าพี่เข้ามาเช็คแล้วจะตอบทิ้งไว้ในนี้เช่นกันค่ะ (ย้ำว่ากรณีอ่านในเวปบอร์ดก็แล้ว สอบถามพี่ๆในบอร์ดนั้นก็แล้วนะคะ***)

 

                สุดท้ายนี้ ขอให้น้องๆทุกคนโชคดีในการเตรียมตัวและการสอบค่ะ

 

 

-----------------------------------------------------------------------------

ปล. อันนี้ขอบ่นท้ายรายการหน่อยค่ะ ใครไม่อยากฟังหรือสนใจคำบ่นของคนแก่ๆก็ผ่านเลยไปเถอะค่ะ

 

 

 

 

                เหตุมันก็สืบเนื่องมาจากเอนทรี่นี้แหล่ะค่ะ น้องบางคนที่แอดมาคุยด้วยก็ดีค่ะ พูดจามีสัมมาคารวะ รู้จักเกรงใจพี่ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรทำ นิสัยก็น่ารัก ก็เป็นที่เอ็นดูสำหรับผู้ใหญ่ (รวมถึงพี่ด้วย)  แต่ที่มีบางครั้งพี่รู้สึกรับไม่ได้ (คือไม่ได้โกรธ แต่แค่เซ็ง) คือมีน้องบางคน แอดมาคุยแล้วใช้คำพูดด้วยอารมณ์ประมาณเหมือนเห็นพี่เป็นเพื่อนเล่นตบหัวกันได้ ไม่มีสัมมาคารวะ และรบเร้าให้พี่ต้องตอบในสิ่งที่น้องต้องการให้ได้เดี๋ยวนั้นทั้งที่พี่ก็ขึ้นทั้งชื่อ on msn ขณะนั้นและติดทั้งป้ายว่า 'Busy'  ไว้ชัดเจน (ใครที่คุยกับเราหรือรู้จักเราก็คงรู้ว่าถ้าเราขึ้นชื่อหรือติดป้าย นั่นคือยุ่งจริงๆ ไม่คุยไม่อะไรกะใครทั้งนั้น ไม่ได้ตั้งหรือติดไว้มั่วๆสั่วๆ) แต่ไม่ทราบว่าคุณน้องแกไม่กระดิกภาษาหรืออย่างไรที่รบกวนพี่ไ่ม่หยุดหย่อน แถมมีการขู่พี่เอาไว้อีก อืม... มันจะอะไรกันนักกันหนา นี่หรือคือเด็กที่จะเป็น ว่าที่คุณหมอในอนาคต ........เรื่องคำพูดจา พี่ไม่ซีเีรียสอะไรมาก (ที่ว่าไม่ซีเรียสคืออดกลั้นได้ แต่ไม่ใช่ไม่รู้สึกอะไรเลยกับคำพูดทำนองพูดเล่นหัวกับผู้อาวุโสกว่าแบบนั้น) แต่ไอ้การที่รบกวนการทำงานทั้งที่พี่ก็บอกไปแล้วว่าขอเปลี่ยนไปคุยวันอื่นได้ไหม ต้องรีบทำงานจริงๆเนี่ย พี่ทนไม่ไหวจริงๆ

                 น้องหลายคนพี่เข้าใจว่าแต่ละคนก็หลากความคิดหลากนิสัย แต่อย่างน้อย ก็ควรรู้จักคำว่าเกรงใจ หรือมีสัมมาคารวะกับผู้อาวุโสกว่าสักนิดก็ยังดีค่ะ อย่าหาว่าพี่บ่นเป็นยัยป้าปากปลาร้าเลย แต่อยากเตือนด้วยความหวังดี อย่างน้อย พี่ก็จะเบญจเพศแล้ว แก่กว่าน้องตั้งเกือบ 10 ปี น้องจะมาแสดงนิสัยส่วนตัวกับคนที่เพิ่งรู้จักกันทางเอ็มครั้งแรกแบบนี้ พี่ก็ว่าไม่เหมาะสมแล้ว หากเป็นผู้ใหญ่ท่านอื่น พี่ไม่รู้ว่าพวกท่านจะคิดยังไง แต่พี่ที่ห่างกับน้องไม่มากขนาดนั้น ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเลยนะคะ  ความประทับใจแรกพบติดลบ อะไรๆที่ตามมามันก็แย่ไปหมดละ่ค่ะ เชื่อพี่เถอะน้อง เป็นเด็กดี มีสัมมาคารวะ นอบน้อม รู้จักเกรงใจและเคารพผู้อาวุโสหรือผู้ใหญ่กว่าเราไม่เสียหายตรงไหน มีประโยชน์ต่อตัวน้องเองทั้งนั้นใครเห็นใครก็รักและเอ็นดูค่ะ

 

                เอาล่ะ ระบายมามากพอแล้ว ก็ขอโทษด้วยสำหรับคำบ่นไร้สาระประสาคนแก่ๆอย่างเรานะคะ 

edit @ 10 Sep 2009 21:28:04 by Lavenya