Yu-Yu-Hakusho

             สวัสดีค่ะทุกท่าน สบายกันดีไหมเอ่ย??

            

ก่อนอื่นต้องขออภัยอย่างยิ่งที่มาอัพตอนต่อช้านะคะ สาเหตุมาจากเรายังไม่สามารถเรียบเรียง และการจัดข้อมูลในการนำเสนอให้เรียบร้อยอะค่ะ เดี๋ยวคนอ่านจะงง ก็เลยช้าไปพอควร และเมือเข้าบลอคมาก็แอบดีใจเพราะเอนทรี่นี้ติด hotpost แล้ว บ่งบอกได้ว่าแฟนๆที่รักการ์ตูนเรื่องยูยูฯยังรักหวานไม่เสื่อมคลาย ดีใจจริงๆให้ดิ้นตาย!! คนเขียนบทความเห็นแล้วก็เป็นปลื้มจนแทบร้องไห้เป็นสายเลือด ต้องกราบขอบพระคุณงามๆทุกท่านที่เข้ามาร่วมระลึกความแก่ เอ๊ย!! ความหลังอันเร่าร้อน และมอบดาวร้อนให้แก่เอนทรี่นี้กันนะคะ อิอิ

                         

เนื่องจากคอมเมนต์ทุกท่านนั้นเยอะมาก เราจึงขอเลือกบางเมนต์และเมนต์ไหนที่เนื้อหาคล้ายๆกันก็จะรวบยอดมาตอบทีเดียวเลยละกันนะเจ้าคะ

  

เรื่องแรกที่ช็อคความรู้สึกเราอย่างมากคือ เราเพิ่งรู้จากบางท่านที่เมนต์ไว้บอกว่า คุณทากาฮาชิ ฮิโระ นั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว (จริงๆเสียตั้งแต่ปี 2005) อยากบอกว่าเราไม่เคยทราบข่าวนี้มาก่อนเลยจริงๆค่ะ แบบว่าอ่านแล้วเหวอไปเลย ว่าเฮ้ย จริงดิ! มันเกิดขึ้นได้ง้ายยยยยยยย โธ่ๆ เสียงนักร้องสุดโปรดของเรากลับสู่เบื้องบนไปเสียแล้ว ก็ขอไว้อาลัย(ย้อนหลัง)แด่คุณทากาฮาชิ มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

  

หมายเหตุ~ เราเข้าใจผิดมาตลอดว่าคนที่ร้องเพลง Unbalanced kiss , Taiyouฯ นั้นเป็นคุณโนโซมุมาตลอดนะเนี่ย เห็นเสียงคล้ายกัน (เราว่าฟังแล้วใช่เลยมากกว่า-_-*) มารู้เอาตอนนี้อีกเช่นกันว่าผู้ร้องคือคุณทากาฮาชิต่างหาก เวงกรำ นอกจาเข้าใจผิดไม่พอกว่าจะรู้ความจริงก็หลังจากการ์ตูนมันปิดฉากไปตั้ง 15 ปีแล้ว อนาถตัวเองเกิ๊นนนนน

                                             

  

            จากข่าวล่าสุดที่เคยได้ยินมาก็แว่วเสียง(เรไร)มาเหมือนกันว่ามีการทำอนิเมยูยูฯใหม่แบบอัดใส่แผ่นบลูเรย์ แต่อิฉันคงได้แต่มองตาปริบๆเพราะไม่มีปัญญาซื้อทั้งแผ่นและเครื่องเล่นใช้ดู ไม่รู้จะมีของขวัญฟ้าประทานมาโปรดคนจนๆไร้วาสนาบ้างไหมที่ทำเป็นแพคเกจ dvd box เหมือนเก่าจะดีกว่าเนี่ย

  

หมายเหตุ2~ ถึงพี่น้องขา ถ้าพี่ได้ซื้อแผ่นบลูเรย์มาแล้วจริง ผู้น้องขอแบ่งปันบุญญาวาสนายลภาพยนต์เรื่องนี้ด้วยละกันนะเจ้าคะ อิอิ   สำหรับตัวเราเองนั้นจำได้ว่าได้ดูเรื่องนี้ครั้งแรกสมัยอยู่ ป.6 แถมบ้าเอามากขนาดไปกว้านซื้อวีดีโอของแท้ญี่ปุ่นมาสะสมครบชุดแม้จะฟังไม่ออก แถมสมัยนั้นไม่มีการทำซับแปลลงวีดีโออีกต่างหาก มานั่งนึกย้อนหลังแล้วสิ้นเปลืองน่าดูเลย ฮือๆ

                                                  

            มีคนถามมาหลังไมค์ว่าเราไปหาข้อมูลมาจากไหน(วะ) เยอะจิ๊บ แล้วใช้เวลาทำนานไหม? เอิ่ม อันนี้ขอตอบเลยค่ะว่าหาข้อมูลมาจากเวปนอกค่ะ ซึ่งสิริรวมแล้วแป้งใช้เวปเหล่านั้นเป็นแหล่งอ้างอิงกว่าสิบเวป (ไม่รวมเวปที่หาภาพประกอบมาใส่นะ) เสียดายที่เพราะความรีบทำให้ลืมจำมาว่ามีเวปไหนไว้บ้างจะได้ลงแสดงเครดิตไว้ด้วย (ขออภัยทุกท่านเป็นอย่างยิ่งฮ่ะ กราบงามๆ)  แล้วก็ใช้เวลาจัดทำค่อนข้างนานเพราะต้องมานั่งแปลภาษาเสร็จต่อด้วยเรียบเรียงบทความให้อ่านง่ายและได้ใจความไม่เวิ่นเว้อ สุดท้ายก็แสดงความคิดเห็นตามมุมมองของแป้งลงไปเป็นการตบท้าย รวมๆแล้วการทำเอนทรี่เจาะลึกยูยูฯนี้ไม่ต่ำกว่าห้าชั่วโมง (อย่างองก์ที่ 2 นี้ก็ปาไปเจ็ดชั่วโมง) ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ดีใจที่สามารถทำให้เพื่อนๆได้อ่านและกลับมาคิดถึงระลึกถึงการ์ตูนเรื่องนี้ที่เรารักมากที่สุดเหมือนกัน

             อย่าหาว่าเราพิลึกเลยนะ ว่าทำไมถึงพิสมัยแต่เรื่องเก่าๆของเก่าๆจังเลย แต่ในความคิดเรา ยิ่งการ์ตูนที่สร้างออกมาสมัยยุคต้น ’90 น่ะ สุดยอดที่สุดแล้ว (มีหลายเรื่องด้วย ไว้เราจะหยิบมาเขียนเจาะลึกกันต่อ เป็นโปรเจคถัดไป) สารภาพเลยว่าการ์ตูนยุคใหม่ตั้งแต่ 3-4 ปีก่อนเราไม่ได้ตามอ่านแล้ว แบบว่านอกจากรียนหนักแล้วเกิดความเบื่อขี้เกียจตามอ่านซะงั้น เลยชอบหยิบเรื่องเก่าๆแต่สุดอมตะคลาสสิกมาเสพให้ชุ่มฉ่ำใจดีกว่าเนอะ (พล่ามออกทะเลยอีกแล้ว กลับม้ากลับมาก่อน)   

            เอนทรี่วันนี้จะพูดหลักๆ 2 เรื่องใหญ่ๆด้วยกันนะคะ วันนี้อัดแน่นกันหน่อยเพราะข้อมูลที่แป้งหามาได้มันโค-ตะ-ระ เยอะจริงๆอะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเขียนให้มันรวมๆอยู่ในเอนทรี่เดียวกันหรือแยกเอนทรี่ใหม่ให้น้อยที่สุด วันนี้เลยขอเตือนท่านผู้อ่านด้วยความหวังดีว่าเพื่อสุขภาพของสายตาและหลังของท่าน กรุณา……

 

                         อย่าจ้องอ่านจอคอมนานๆ  (เดี๋ยวจะปวดตาปวดหัวนะเออ)                        อย่านั่งท่าเดียวติดต่อกันนานๆ  (เดี๋ยวจะปวดหลังหลังแข็งไม่รู้นะเออ)                        อย่ากินขนมขณะอ่านเอนทรี่นี้ (เดี๋ยวอ้วนไม่รู้นะเออ)                        อย่าดีใจหรือตื่นเต้นจนร้องเสียงดังกรณีใช้เน็ตสาธารณะ (เดี๋ยวคนอื่นเขาตกใจไปด้วยไม่รู้นะเออ)

                        อย่า(วุ้ย ยัยแป้ง พอได้แล้วย่ะ อย่าพาคนอื่นนอกเรื่องไปด้วยสิ)

                 Part I ~ สรุปใจความสำคัญของเนื้อเรื่องเรียงตามลำดับเหตุการณ์คร่าวๆได้ดังแผนภูมินี้

ย้อนไปสมัยเมื่อพันกว่าปีก่อน... ณ โลกปีศาจ

  >> ปีศาจจิ้งจอก โยโค คุราม่า ถือกำเนิดขึ้น ณ โลกปีศาจ ราวพันกว่าปีก่อน (อ้างอิงจากมังงะเล่ม 3)>> ถัดจากนั้นไม่นาน คุราม่าก็ได้รู้จักกับปีศาจมีปีก นาม คุโรนุเอะ (ปรากฏตัวในภาค movie) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมกองโจรเดียวกันกับคุราม่า ** เป้าหมายของกลุ่มกองโจรนำโดยคุราม่าเพื่อต้องการสร้างฐานอำนาจความเป็นใหญ่ในโลกปีศาจ                   ถัดมาอีกหลายร้อยปีต่อมา โยโค คุราม่า ขณะเริ่มปฏิบัติการขโมยสมบัติ ณ โลกวิญญาณ เกิดพลาดท่าถูกเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษของโลกวิญญาณนายหนึ่งทำร้ายบาดเจ็บสาหัสจนต้องสละร่างกายเนื้อ พาวิญญาณอันบอบช้ำลงมายังโลกมนุษย์ และได้เข้าสิงอยู่ในร่างผู้หญิงที่ชื่อว่า มินามิโนะ ชิโอริ  (อ้างอิงจากมังงะเล่ม 16,18 และในอนิเมภาคเซนซุย)  กลับมาสมัยปัจจุบัน ..... ณ โลกมนุษย์>> หลังจากคุราม่าถือกำเนิดในฐานะเด็กมนุษย์  ด.ช. มินามิโนะ  ชูอิจิ  ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักความเอาใจใส่ของผู้เป็นแม่ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ทำให้เขารักและเคารพหญิงมนุษย์ผู้นี้สุดหัวใจถึงขนาดสละชีวิตให้เธอได้    ขณะตอนชูอิจิ (คุราม่า) อยู่ชั้นระดับมัธยมต้น (เป็นตอนพิเศษท้ายเล่มมังงะเล่มที่ 7 สำหรับในอนิเมมีฉายรวมอยู่ในตอนพิเศษของภาคคุราม่า)>> ช่วงนี้มีเหตุการณ์ปีศาจกินคนเข้ามาป่วนเมืองที่คุราม่าอาศัยอยู่  >> (ไม่รู้จงใจ หรือบังเอิญ) เพื่อนร่วมชั้นเรียนขณะนั้นของคุราม่า - คิตาชิมะ มายะ (คงไม่ใช่หนูมายะจากหน้ากากแก้วสวมบทบาทมาเล่นเป็นมายะ สาวน้อยที่แอบรักคุราม่าข้างเดียวหรอกนะ หึๆๆ) ด้วยความที่ต้องการรู้คำตอบหลังสารภาพรักกับคุราม่าระหว่างทางกลับบ้านไปแล้ว แต่ดันโดนทิ้งเพราะการต่อสู้กันของคุราม่ากับฮิเอ (ครั้งแรกที่ทั้งสองพบกันก็สุดจะปกติซะเหลือเกิน) ทำให้เจ้าหล่อนโดนสมุนปีศาจ 8 แขนจับตัวไป  >> โฉมหน้าของปีศาจ 8 แขน ที่ฮิเอเข้าใจว่าจับตัวน้องสาวยูกินะมา ส่วนคุราม่าเข้าใจว่าที่มายะหายตัวไปก็เป็นฝีมือของเจ้านี่เลยร่วมมือกับฮิเอจัดการมันได้    เหตุการณ์ผ่านไป 1 ปีให้หลัง หลังจากการพบกันครั้งแรกของคุรามะกับฮิเอ>> ตัวเอกของเรื่องยูสึเกะ อุราเมชิ  เพราะเข้าไปช่วยเด็กจนตัวต้องตายแทน ได้รับโอกาสฟื้นคืนชีพจากมัจจุราชน้อย โดยแลกกับการทำงานให้โลกวิญญาณในฐานะสายลับโลกวิญญาณ มีโบตั๋นเป็นผู้ช่วย (เริ่มเรื่องตั้งแต่เล่ม 1)                                                 งานแรกที่ได้รับมอบหมายคือตามจับหัวขโมย 3 คนที่ไปขโมยสมบัติจากโลกวิญญาณมา และผลของการต่อสู้ทวงของจากปีศาจสามตนนั้นเป็นดังนี้

 

VS  
幽助 飛影

 ยูสึเกะชนะฮิเอได้ โกคิถูกฆ่า ส่วนคุราม่าช่วยแม่ไว้ได้และยอมคืนสมบัติให้

 

 เพื่อใช้หนี้บุญคุณที่ยูสึเกะช่วยแม่ของตนไว้และรับการไถ่โทษจากโลกวิญญาณจึงให้ความร่วมมือช่วยเหลือยูสึเกะในงานต่อๆไป

 

เพื่อไถ่โทษที่ขโมยของโลกวิญญาณจึงต้องทำงานตามโคเอ็นม่าสั่ง หลักๆก็เป็นกองหนุนให้ยูสึเกะ

                                         ยูสึเกะยังไม่ทันได้พักหายใจก็ได้รับมอบหมายให้ไปปราบปีศาจรันโด โดยแฝงตัวเข้าไปสมัครเป็นลูกศิษย์ของเก็นไค  ช่วงนี้ คุวาบาระได้เดินทางมาร่วมแข่งขันด้วย จากบททดสอบนานาทำให้พบความสามารถคือดาบพลังจิตนั่นเองซึ่งผลการต่อสู้ ยูสึเกะเอาชนะรันโดไปได้อย่างทุลักทุเล และได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดของปรมาจารย์เก็นไค              หลังเสร็จสิ้นการฝึก(ที่ยังไม่สมบูรณ์)กับเก็นไค ยูสึเกะก็ได้รับงานชิ้นต่อไปจากโคเอ็นมะทันที โดยภารกิจคราวนี้คือไปปราบสี่จอมขุนพลปีศาจในเมืองปีศาจ ผลการต่อสู้เรียงลำดับได้ดังนี้คณะปราบปีศาจทั้งหมดได้แก่ VS       คุราม่าชนะคุวาบาระ VS พยัคฆ์ขาว >> คุวาจังชนะฮิเอ VS เซริว >> ฮิเอชนะยูสึเกะ VS ซูซาคุ >> ยูสึเกะชนะ      งานชิ้นถัดมาคือช่วยน้องสาวของฮิเอ ยูกินะที่ถูกหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม BBC จับตัวมา โดยสองพี่น้องโทงุโระ เป็นบอร์ดี้การ์ด(กำมะลอ)เป็นผู้คุ้มกัน ทำให้ยูสึเกะกับคุวาบาระหืดขึ้นคอพอดู             โทงุโระคนน้องบอกให้ยูสึเกะและพรรคพวกอีก 4 คนไปเป็นแขกรับเชิญในการแข่งขันการประลองโลกมืด หากปฏิเสธจะต้องถูกฆ่าตาย ฉะนั้นพรรคพวกทีมอุราเมชิจึงประกอบด้วย ยูสึเกะ คุวาจัง คุรามะ ฮิเอ และเก็นไค เข้าร่วมแข่ง โดยมีโคเอ็นมะเป็นหัวหน้าทีมให้ 1). ศึกแรกปะทะกับทีมโยสึกูไค (มีตัวเด่นคือ รินคุ และ ชู)          สำหรับรินคุ แข่งกับคุวาจังนัดแรก ผลคือรินคุชนะเพราะโชคดีได้กติกาช่วย          นัดที่สอง คุราม่าเจอกับ โคโต จอมแผนการที่ใช้แม่ของคุราม่าเป็นตัวประกันให้คุรามะยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดความสามารถของคุราม่าไปได้จนโดนฆ่าตาย                    ฮิเอ ปะทะ เซรุ ผู้ใช้ไฟเหมือนกัน ผลปรากฏ ฮิเอใช้พลังมังกรทมิฬ เอาชนะไปได้          ยูสึเกะปะทะชู  >> ยูสึเกะชนะ  2). ศึกนัดสองปะทะกับทีมดร.อิจิงากิ            เนื่องจากแข่งรอบนี้ฮิเอกะคุรามะไม่มีบท ข้าพเจ้าขอข้ามไปล่ะนะ  (แอ๊ก โดนผู้อ่านถีบ ล้อเล่นจ้า)  ผลการแข่งทีเดียวพร้อมกันฝั่งละสามคน ยูสึเกะ คุวาบาระ และเก็นไค เอาชนะไปได้หวุดหวิด 3).  ศึกนัดที่สามปะทะทีม魔性使い            ด้วยความขี้โกงของหัวหน้าทีมนี้ ทำให้เหลือสมาชิกต่อสู้ได้แค่ 3 คน คือยูสึเกะ คุรามะ คุวาบาระแม้จะไม่ถูกคนโกงกักตัวในข่ายมนต์ของหมออาคมแห่งโลกปีศาจ รุกะ เอาไว้ แต่ผลสืบเนื่องจากการแข่งกับทีมดร อิจิงากิ ทำให้สภาพสาหัสแม้แต่ยืนจะไม่ไหว                         นัดแรก คุราม่าเจอกับ กามะ  -->สู้กันไปสักพักคุราม่าเสียเปรียบ แต่กลับพลิกผันวิกฤตได้ด้วยการใช้แส้กุหลาบจาก               รอบที่สอง คุรามะ ปะทะ โทยะ ผู้ใช้น้ำแข็ง  ผล คุราม่าชนะฉิวเฉียด             รอบที่สาม ยูสึเกะ ปะทะ บัคเคน>> ยูสึเกะชนะขาดลอย             รอบที่สี่ ยูสึเกะ ปะทะ จิน จ้าววายุ >> ผล จินแพ้ในการต่อสู้เนื่องจากโดนแรงอัดของยูสึเกะเข้าไปเต็มเหนี่ยวจนลุกไม่ขึ้น แต่เสมอในการตัดสินของกรรมการกลางที่ใช้กลโกงให้ปรับยูสึเกะเสมอกับจิน             รอบที่ห้า คุวาบาระต้องฝืนพาสภาพร่างกายสะบักสะบอมแข่งกับริโชผู้ใช้ดิน ผล ด้วยแรงเชียร์จากยูกินะ ทำให้คุวาบาระ คาสึมะ ฟื้นคืนพลังด้วยแรงแห่งรัก เอาชนะไปได้ลอยลำ               4). ศึกนัดที่สี่ รอบรองชนะเลิศ เริ่มประเดิมด้วยทีม裏御伽 อันประกอบไปด้วยสมาชิกดังนี้                (ก่อนแข่งนัดนี้ สัตว์โลกวิญญาณของยูสึเกะ ฟักออกมาแล้ว ชื่อ ปูจัง)                 นัดแรก มาคินทาโร่ ผู้ใช้ขวาน พบ ฮิเอ  ผล ฮิเอ ชนะ               นัดสอง  คุโรโมโมทาโร่  ผู้ใช้ซาลาเปาสามลูกโด๊ปพลังเป็นลิง นก หมาป่า ปะทะกับฮิเอ ผล ฮิเอชนะ              นัดสาม  อุราอุราชิม่า ผู้ใช้คันเบ็ดตกปลา ปะทะ คุราม่า ผล คุราม่าเอาชนะได้ด้วยร่างของโยโค               นัดสี่ ชิชิวากามารุ ปะทะ คุวาจัง ผล คุวาจังแพ้หลุดลุ่ย               นัดที่ห้า ชิชิวากะ ปะทะ เก็นไค ผล เก็นไคชนะ (ตบท้ายด้วยการโปรยคำจีบใส่เก็นไคร่างสาวอีกนะตาชิชิวากะเอ๊ย)              นัดที่หก โอ่งจี๊ (ซูซูกินักสู้ผู้งดงามร่างแก่) ปะทะ คุวาจัง(อีกรอบ) แต่คุวาจังก็แพ้เหมือนเดิม              นัดสุดท้าย นักสู้ผู้งดงามซูซูกิ คืนร่างเดิม ปะทะ เก็นไค ผล เก็นไคชนะสบายๆโดยใช้เพียงกำปั้นอย่างเดียวก็ซัดซะซูซูกิเละเป็นโจ๊ก  5).  ศึกตัดสินชิงชนะเลิศกับทีมโทงุโระ              (ก่อนวันแข่งจริงรอบนี้ เก็นไคถูกโทงุโระคนน้องฆ่าตาย)              นัดชิง คู่แรก  VS   คุรามะเสียเปรียบเห็นได้ชัด จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นร่าง  และสู้กับทั้งร่างและ  ก็สู้ไม่ได้เพราะเกิดผลข้างเคียงจนกลับเป็นร่างชูอิจิอีกครั้ง แต่ด้วยการทุ่มเทพลังกายใจทั้งหมด ก็ล้มคาราสึได้ แม้ชนะในการต่อสู้ แต่แพ้เพราะกติกาการแข่ง            คู่ที่สองVS บูอิ  สู้กันแรกๆยังประเมินกันไม่ได้ จนตอนหลัง ทั้งสองแปลงร่าง เอ๊ย เผยพลังออกมา  VS  ผล ฮิเอชนะด้วยการใช้วิชากลืนกินคลื่นมังกรทมิฬเข้าไป จึงแกร่งมาก และชนะบูอิได้สบาย              คู่ที่สาม   VS   โทงุโระคนพี่  ผล คุวาจังชนะ              คู่สุดท้าย ศึกล้างแค้นของ VS  ผล ยูสึเกะชนะเลิศการประลองมืด                 Part II~ เนื้อเรื่องภาคเซ็นซุย (Black Saga) Chapter Black Saga of YuYu Hakusho (episodes 67-94). อีกครั้งกับการต่อสู้ของพวกเขาสี่หนุ่ม Yu Yu Hakusho

เพื่อต่อต้านการทำลายล้างของเซนซุย!!

             ความเลวร้ายสามาถกลับกลายเป็นความดีงามได้  ความดีงามบางคราก็แปรเปลี่ยนเป็นความชั่วร้ายได้เช่นกัน แถมกรณีหลังนี้ยังเพิ่มความชั่วร้ายและร้ายกาจมากกว่าเดิมเสียด้วย  ความร้ายกาจครั้งนี้สามารถทำให้จักรวาลทั้งจักรวาลต้องเดือดร้อน เผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องถูกทำลายล้างเพื่อสังเวยแก่ปีศาจ มันเป็นการขุดหลุมฝังศพให้กับมนุษยชาติทุกผู้ ความดุเดือดเผ็ดมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วสำหรับภาคนี้           จงขุดหลุมฝังศพในโลกมนุษย์ พวกข้า 7 คนจะเป็นผู้ขุดหลุมศพครั้งนี้             นี่เป็นคำพูดที่น่ากลัวของกองทัพเซนซุยที่หมายจะทำลายมนุษย์ทุกคนบนโลก เหตุใดพวกเขาจึงต้องการเช่นนั้น ทั้งที่พวกเขาก็เป็นมนุษย์เช่นกัน           …..จุดประสงค์ของพวกเขาคือการเปิดอุโมงค์เชื่อมโลกมนุษย์กับโลกปีศาจให้ติดต่อกัน…..             พวกเขาคิดทำร้ายมนุษย์ทุกคนแม้กระทั่งหนึ่งในพรรคพวก ; นายแพทย์คามิทานิ 1 ใน 7 ผู้ร่วมอุดมการณ์อันน่ากลัวกล่าวว่า สิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดเท่ากับมนุษย์นั้นไม่มีอีกแล้ว   แม้โดยแท้จริงแล้วพรรคพวกทั้งเจ็ดของเซนซุยจะไม่รู้ซึ้งถึงแผนการอันน่าสะพรึงกลัวของเซนซุย แต่ด้วยมีความคิดพ้องกันคือเพราะเกลียดมนุษย์ ทำให้พวกเขามารวมตัวกันเพื่อดำเนินการบางอย่าง 

            จะมีก็แต่มิตะราอิ เด็กหนุ่มที่ดูมีเหตุผลในการเกลียดมนุษย์อยู่ เนื่องจากผิดหวังในตัวมนุษย์ (โดยเฉพาะคนรอบข้างตนเอง) จากการชมวีดีโอเทป บทแห่งความมืดหรือ คัมภีร์นิลกาล ซึ่งมีเนื้อหาบันทึกพฤติกรรมให้เลวร้ายของมนุษย์เอาไว้ชนิดที่คาดไม่ถึงในความโหดเหี้ยม เลือดเย็น และวิปริตกว่าหมื่นชั่วโมงจากโลกวิญญาณ ว่ากันว่าหากคนธรรมดาได้ดูเพียงแค่ 5 นาทีก็สามารถเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อมนุษย์ได้จากขาวเป็นดำเลยทีเดียว และมิตะราอิซึ่งได้ดูวีดีโอนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่เปลี่ยนไป

               เอาล่ะค่ะ เกริ่นเรื่องของภาคนี้ไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า หันมาดูบทตัวพระร้ายเอกและพระร้ายรองต่างๆกันบ้างนะคะ ว่าใครเป็นใครบ้าง  ขอเรียกพวกเขาย่อๆว่า  กองทัพเซนซุยละกันนะ  Shinobu Sensui

            เซนซุยนั้นเป็นชายหนุ่มอายุ 26 ปี รูปลักษณ์ภายนอกของเขาดูเผินๆเหมือนชายอินเดียว (มีจุดตรงกลางหน้าผากและสีผิวคล้ำซะด้วย) ไว้ผมเรียบแปล้เสยไปด้านหลัง

 

            เขาเป็นสายลับโลกวิญญาณคนก่อนหน้ายูสึเกะ จะว่าเป็นรุ่นพี่ของยูสึเกะก็ว่าได้ เป็นคนจริงจังและยึดมั่นในคุณธรรมสูงมาก เชื่อมั่นมาตลอดว่ามนุษย์เป็นฝ่ายดี ปีศาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่ต้องกำจัด ปีศาจที่เขาต่อสู้ด้วยนั้นไม่เคยมีชีวิตรอดสักตนเดียว (ยกเว้นอิทสึกิ เหตุผลว่าทำไมนั้นมีเฉลยในเนื้อเรื่องจ้า)  ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ครั้งหนึ่ง ทำให้เขาได้ค้นพบมนุษย์มีพฤติกรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าปีศาจ อีกทั้งหลังได้ชมวีดีโอแห่งความมืด ก็ทำให้ทัศนคติและความรู้สึกที่มีต่อมนุษย์นั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

                                            

                   เซนซุยนั้นเป็นคนที่มีอุปนิสัยทั้งหมด 7 บุคลิก ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากแรงผลักดันให้เลวร้ายที่ต้องเผชิญกับความสิ้นศรัทธาของมนุษย์จนเกิดเป็นบุคลิกต่างๆนี้ขึ้นมาอันได้แก่Minoru, เป็นคนที่สุภาพและดูจะเก่งในการพูดจาปราศรัยที่สุดแล้ว เป็นบุคลิกหลักที่เด่นในภาคนี้เลยก็ว่าได้ ปรากฏออกมาตั้งแต่ช่วงแรกๆจนถึงช่วงกลางๆของภาคนี้เลย   Kazuya เป็นบุคลิกอันตรายที่ชื่นชอบการฆ่าฟันทำลายล้างมากที่สุด อีกทั้งเป็นบุคลิกที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา 7 คน ค่อนข้างป่าเถื่อนและโหดเหี้ยม  โผล่ออกมาตอนฉะกับยูสึเกะในถ้ำหลังจากโดนยูสึเกะรัวหมัดจนมิโนรุน็อคเอาท์ไปแล้ว  

Naru หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียว ค่อนข้างอ่อนไหวง่ายและเจ้าน้ำตา ยอมปรากฏตัวเฉพาะตอนอยู่กับอิทสึกิสองคนเท่านั้น  เป็นบุคลิกที่สองรองจากชิโนบุ(จริงๆ)ที่อิทสึกิรักมาก ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในมังงะ แต่ในอนิเมมีให้เห็นแวบๆอยู่ฉากหนึ่งค่ะ

                                Jooji เก่งเรื่องการใช้อาวุธ.  Makoto บุคลิกแม่บ้านแม่เรือนที่สุดแล้ว เพราะชอบทำอาหาร ทำความสะอาดและการเก็บกวาดขยะ -_-‘’ Hitoshi รักพืชและสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตใดๆก็ตามที่ไม่ใช่มนุษย์.   

Techniques/Moves

ท่าไม้ตายของเซนซุย

 

Sensui using Resshūken. (หาภาพไม่ได้จ้า)

  

Resshū Kō Kyū Ha

 

Resshū Shiendan.

 Sei Kō Ki 

Sacred Energy Armor - Defense

 

Sacred Energy Armor - Offense

 

Twisted Twister

 

Kazuya's Energy Gun

  Sensui as a spirit detective.          เซนซุยนั้นเกิดมาในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งแต่พิเศษกว่าใครตรงที่เขามีพลังวิญญาณละความสามารถในการกำจัดปีศาจได้ตั้งแต่ยังเด็ก และด้วยความที่มีความเชื่อทัศนคติแบบไม่ขาวก็ดำไปเลย มนุษย์นั้นดี สมควรได้รับการปกป้อง ส่วนปีศาจนั้นจำเป็นต้องกำจัดให้หมด ทำให้เขาตัดสินใจทำงานเป็นสายลับโลกวิญญาณเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายไปจากโลกมนุษย์  

            เซนซุยนั้นมีคู่หูผู้ช่วยคือ อิทสึกิ ปีศาจเผ่าพันธุ์ผู้ใช้เงา หรือ ยามินาเดะ (เหมือนโบตั๋นที่เป็นผู้ช่วยยูสึเกะ) อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป เมื่อรับคำสั่งจากโคเอ็นมะให้ไปจับกุมกลุ่ม Black Black Club เป็นกลุ่มที่มีมนุษย์ผู้ชั่วร้ายคอยบงการทำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำธุรกิจมืด และพัวพันกับเผ่าปีศาจ ทำให้เขาสับสนและไม่เข้าใจต่อสิ่งที่เขาเคยเชื่อมาตลอด

 Yaminade no Itsuki (闇撫の樹)

ฉายาคือ Gate Keeper  อิทสึกิเป็นเผ่าปีศาจที่ไม่ค่อยพบได้ง่ายนัก คือเผ่าปีศาจผู้ใช้เงา ยามินาเดะ ( มีมือที่ใช้เปิดปิดมิติได้ตามใจชอบ)  แรกเจอกับเซนซุยนั้น เขาถูกเซนซุยไล่ล่าจนเกือบจะถูกฆ่า หากเพราะเหตุผลก่อนตายที่เขาบอกกับเซนซุยทำให้เซนซุยเปลี่ยนใจไม่ฆ่าปีศาจเช่นเขา และได้พูดคุยทำความรู้จักจนกลายมาเป็นคู่หูของเซนซุยในระยะต่อมา

           

 

ช่วงระยะเวลาที่เซนซุยจมอยู่กับความทุกข์ทรมาณหลังเหตุการณ์กลุ่ม Black Black Club อิทสึกิเป็นคนที่ช่วยประคับประคองและอยู่เคียงข้างเซนซุยในฐานะคู่หูและเพื่อนร่วมรบ มีหลายนัยสำคัญหลายจุด(ทั้งในมังงะและอนิเม)ไม่น้อยที่บ่งบอกว่าอิทสึกินั้นเป็นคนรักของเซนซุย เพียงแต่ฉากดังกล่าวนั้นถูกตัดออกไม่ได้เข้าฉายในอเมริกาเวอร์ชั่น และได้ปรับให้การแสดงออกของอิทสึกิที่มีต่อเซนซุยนั้น soft ลงกว่าต้นฉบับ ดังนั้น จึงเห็นเป็นว่าอิทสึกิเวอร์ชั่นอเมริกานั้นออกจะรักเซนซุยข้างเดียวมากกว่า (ความรู้ใหม่เพิ่งรู้เลยนะเนีย อย่างฮา)

 

ความสามารถของอิทสึกินั้นคือเปิดปิดมิติได้อิสระ และมีสัตว์เลี้ยงอสูรที่เรียกว่า Uraotoko (裏男 "reversed man"). และเพื่อป้องกันไม่ให้ทางยมโลกนำวิญญาณหลังเซนซุยตายแล้วไปลงโทษ อิทสึกิจึงพาเซนซุยหลบเข้าไปในมิติอื่นและอาศัยอยู่ด้วยกันลำพังเพียงสองคนโดยไม่มีใครเคยพบเห็นหรือทราบข่าวของพวกเขาอีกเลย

 

 

 

Tsukihito Amanuma (天沼月人 Amanuma Tsukihito)

                                         

            เกมส์มาสเตอร์ ผู้มีพลังสามารถทำให้เกมส์นั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ในขอบเขตอาคมของตน เป็นเด็กชายอายุ 11 ปีที่ฉลาดเฉลียวและเจ้าเล่ห์หน่อยๆ เหตุผลที่เข้าร่วมกับเซนซุยด้วยเพราะความเบื่อหน่ายต่อสิ่งต่างๆรอบตัวและนับถือในความสามารถของเซนซุย โดยหารู้ไม่ว่าตนนั้นถูกใช้เป็นหนึ่งในเหยื่อสังเวยของแผนการเซนซุย

 

  

Kaname Hagiri (刃霧要 Hagiri Kaname)

                                        

ฉายา Sniper เสมือนเป็นนักแม่นปืนในกลุ่ม ใช้พลังจิตอัดเข้าวัตถุก่อนยิงใส่ศัตรูโดยไม่พลาดเป้าที่ได้รับตรามรณะไว้ที่ร่าง เรียกท่าไม้ตายว่า Death Print: Bull's Eye (死紋十字斑, Shi Mon Jū Ji Han, translated as Death Crest Cross Plaque):  ปกติเป็นคนเงียบขรึมไม่ค่อยพูด  เพราะเขาทำเอายูสึเกะเกือบตาย ดีที่ได้ฮิเอมาช่วยไว้ทัน ภายหลังถูกฮิเอทำร้ายสาหัส แต่รอดมาได้เพราะการช่วยเหลือของหมอคามิยะ

 

 

 

Minoru Kamiya (神谷実 Kamiya Minoru)

                                        

ฉายา Doctorผู้อาวุโสสุดในกลุ่ม มีความสามารถในการสร้างแมลงปีศาจ(คนธรรมดามองไม่เห็น) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นพิษร้ายแรง ทำให้เหยื่อที่โดนต่อยนั้นตายได้ภายในครึ่งชั่วโมง ซึ่งฤทธิ์พิษของแมลงนี้จะไม่หายไปจนกว่าคามิยะจะสลบหรือตายเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถใช้มือเสมือนมีดที่คุมดุจเหล็กได้  ภายหลังถูกยูสึเกะจัดการและถูกตำรวจเข้าจับคุมโทษฐานเป็นฆาตรกร ท้ายของท้ายที่สุดก็หนีรอดจากคุกมาได้อย่างลอยนวล

 

   

Sadao Makihara (巻原定男 Makihara Sadao)

                                          

ฉายา Gourmet (ออกเสียงว่า โกรเม่) ความสามารถของเขาคือการ กินจริงๆเราว่าจะเรียกเขมือบก็คงไม่แปลก หากเทียบกับการ์ตูนยุคปัจจุบันคงประมาณ กลัทโทนี่ย์จากเรื่อง FMA นั่นเอง เพียงแต่ความสามารถของโกรเม่นั้นพิเศษกว่าตรงที่คนที่เขากินเข้าไป(ทั้งตัว)นั้น ทำให้เขาได้รับพลังพิเศษของคนที่กินเข้าไปไว้ด้วย เช่น โทงุโระคนพี่ กับตัวละครพิเศษอีกคนที่มีความสามารถในการอ่านใจ เป็นต้น

 Kiyoshi Mitarai (御手洗清志 Mitarai Kiyoshi)

ฉายา Sea Manเด็กหนุ่มม.ต้นผู้อ่อนแอและมีอดีตที่ขมขื่น ผลักดันให้เขาถลำตัวไปพัวพันกับแผนการอันเลวร้ายของเซนซุย มีความสามารถในการสร้างปีศาจน้ำจากการใช้เลือดของตน ภายหลังถูกคุวาบาระทำร้ายบาดเจ็บสาหัสก่อนได้รับความช่วยเหลือจากคุวาบาระเช่นกัน ทำให้รู้สึกซาบซึ้งและต้องการตอบแทนบุญคุณคุวาบาระที่ช่วยเหลือตนไว้ กอปรกับถูกเซนซุยหมายชีวิตไว้และเกือบถูกฆ่าทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ จึงเข้าร่วมเป็นพวกกับยูสึเกะภายหลัง

  ก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับการรีวิวภาคที่สอง ซึ่งในครั้งต่อไปจะมาพูดถึงภาคสุดท้ายนั่นคือโลกปีศาจค่ะ (ขอเวลาไปหาและเรียบเรียงข้อมูลก่อนนะคะ แบบว่าเยอะมาก คนทำตาลายปวดหลังสุดๆแย้วตอนนี้ >W<)อยากบอกว่าคืนนี้เหนื่อยมากเลย นั่งทำเอนทรี่นี้ตั้งกะหกโมงเย็นยันตีหนึ่งครึ่งโอย จะตายเอา ฉะนั้นขอตัวไปเดี้ยงก่อนนะคะ แล้วเร็วๆนี้จะอัพ เจาะลึก ยูยูฯ องก์ที่ ๓ ต่อจ้า  ปล. เหมือนเดิม อ่านแล้วชอบหรือถูกใจ ให้ดาวร้อนสักนิดเพื่อเพื่อนๆคนรักยูยูฯคนอื่นจะได้ตามมาอ่านต่อนะจ๊ะ ขอบพระคุณค่ะ       
              ก่อนจะพูดถึงรายละเอียดอื่นๆในเรื่อง Yu Yu Hakusho หรือคนเก่งฟ้าประทาน(ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น คนเก่งทะลุโลก) เราขอเกริ่นแนะนำการ์ตูนสุดยอดอมตะคลาสสิกช่วงยุคต้นปี ’90 กันดีกว่านะคะ   

YuYu Hakusho (幽☆遊☆白書 YūYū Hakusho or YuYu Hakusho, Spirits Wander White Book, ซึ่งมีความหมายถึง "Ghost Files" / "Poltergeist Report", ทั้งหมดนี้เป็นชื่อเรียกเรื่องแบบหลากหลายของ YuYu HAKUSHO) เป็นการ์ตูนแอคชั่นต่อสู้กึ่งแฟนตาซีที่แต่งโดย อ.Yoshihiro Togashi ผู้แต่งเรื่องเดียวกับ Hunter X Hunter นั่นเองค่ะ (HXH เป็นผลงานลำดับถัดมาต่อจาก YYHค่ะ) เคยออกอากาศทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. (หรือ โมเดิร์นไนน์ทีวี ในปัจจุบัน) ในช่วงช่อง 9 การ์ตูน (หรือ โมเดิร์นไนน์การ์ตูน ในปัจจุบัน) ในปี พ.ศ. 2541


           
สำหรับฉบับการ์ตูนนั้นได้ตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Shueisha's Weekly Shonen Jump. แบ่งเป็น 175 ตอน ตีพิมพ์มีทั้งหมด 19 เล่มจบค่ะ (ลิขสิทธิ์ในไทยโดย SIC สยามอินเตอร์คอมมิคส์ค่ะ ซึ่งปัจจุบันหาซื้อหนังสือได้ยากเอาการอยู่ค่ะ เพราะฉบับจัดพิมพ์ใหม่ล่าสุดที่ทางสยามฯทำก็ออกมาตั้งแต่ช่วงปี 2548-2549)  YYH ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ Shogakukan Manga Award for shōnen ในปี1994 ด้วย  ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้จัดพิมพ์จำหน่ายในNorth America ผ่านทางตัวแทนของ VIZ Media's Shonen Jump.

           
สำหรับเวอร์ชันanime ทำออกมาทั้งหมด 112 ตอน (ไม่รวมภาค Movie อีก 2 ตอน และตอนพิเศษอื่นๆอีก) ซึ่งบทภาพยนต์กำกับโดยคุณNoriyuki Abe และจัดทำการฉายโดยสถานี Fuji Television ในส่วนของภาคมูฟวี่นั้นประกอบด้วย"The Golden Seal"  and "Bonds of Fire"  
สำหรับลิขสิทธิ์ในอเมริกาเหนือเริ่มมีตั้งแต่ปี 2001 บริษัทที่ได้ลิขสิทธิ์ไปคือ FUNimation เริ่มฉายผ่านทางสถานีUS TV เมื่อ February 2002 ช่องCartoon Network's Adult Swim block.

ตอนพิเศษอื่นๆนอกเหนือจาก 112 ตอนและภาคมูฟวี่แล้ว มีตอนพิเศษเรียงลำดับตอนดังนี้ (จัดทำเป็น Original Animated Videos ซึ่งมีการฉายและจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น หากใครต้องการดูตอนพิเศษนี้ ถ้าจำไม่ผิดปัจจุบันก็หาดูได้จากใน youtube นะคะ เพียงแต่ต้อง search กันมันส์หน่อยล่ะนะ)  
  • Yu Yu Hakusho: Ankoku Bujutsukai (2 Volumes)
  • Yu Yu Hakusho II: Yusuke Volume (ภาคยูสึเกะ)
  • Yu Yu Hakusho II: Kurama Volume  (ภาคคุราม่า)
  • Yu Yu Hakusho II: Hiei Volume (ภาคฮิเอ)
  • Yu Yu Hakusho II: Kuwabara Volume (ภาคคุวาบาร่า)
  • Opening Ending Encyclopedia (คล้ายๆเป็นเหมือนวีดีโอรวม MV เพลงเปิดปิดของเรื่องทั้งหมด รวมถึงมีบทสัมภาษณ์นักพากย์ตัวละครหลักทั้ง 4 คนด้วย)
  • Recap Guide Complete Advance Set (3 Volumes)
 
Background

               เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มจอมเกเร อุราเมชิ ยูสึเกะ จากการเข้าไปช่วยเด็กน้อยให้พ้นจากอุบัติเหตุกลับทำให้เขาต้องเสียชีวิตแทน ด้วยความดีนี้ทำให้โลกวิญญาณให้โอกาสเขาฟื้นคืนชีพได้ (เป็นกรณีพิเศษร้อยปีมีครั้ง จะได้จากการตายที่แม้แต่พระพุทธเจ้ายังคิดไม่ถึง เพราะยูสึเกะทำไปโดยไร้ความคิด) และมีชีวิตอยู่ในฐานะของ "นักสืบโลกวิญญาณ" คอยจัดการกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิญญาณและปิศาจต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกมนุษย์ 

 

ตัวละครจากซ้ายไปขวานะคะ Hiei, Yusuke, Kurama , Kuwabara

 

 
Characters

                    Yusuke Urameshi (浦飯 幽助, Urameshi Yūsuke)  เด็กหนุ่มจอมเกเร ชอบโดดเรียน ทะเลาวิวาทตั้งแต่อายุ 14 แต่ลึกๆแล้วก็เป็นคนดี ซึ่งมาปรากฏชัดในตอนที่เขายอมสละชีวิตตนเอง เพื่อช่วยชีวิตเด็ก ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุ จึงได้รับการทดสอบเป็นนักสืบโลกวิญญาณ พลังของยูสึเกะคือการยิงกระสุนพลังวิญญาณออกจากนิ้วมือ  ชื่อท่าไม้ตายคือ Rei Gun ( เวอร์ชันฝรั่งใช้คำว่า Spirit Gun ) สำหรับไทยใช้ท่ากระสุนพลังจิต  ยูสึเกะได้รับถ่ายทอดวิชาจากปรมาจารย์ Genkai ซึ่งเป็นยอดนักสู้และเชี่ยวชาญทางวิชาคลื่นวิญญาณ  ในภาคหลังๆเราจะได้ทราบว่าตัวจริงของเขามีเชื้อสายเผ่าปีศาจอยู่ (มีพ่อเป็นปีศาจ แม่เป็นเชื้อสายมนุษย์ ซึ่งทั้งหมด เป็นผลจากการผ่าเหล่าทางพันธุกรรมของปีศาจ - เนื้อเรื่องมีเฉลยถึงที่มาที่ไปในส่วนนี้ด้วย)  

 

 

                   Kazuma Kuwabara (桑原 和真, Kuwabara Kazuma) เป็นหนึ่งในหัวโจกของโรงเรียนมัธยมคารายะซึกิ เป็นรองแค่อุราเมชิ ยูสึเกะเท่านั้น ภายนอกดูเป็นคนเถื่อน หยาบคาย แต่ใจจริงเป็นคนดี รักเพื่อนพ้อง และชอบเลี้ยงแมวมาก แม้คุวาบาระจะเป็นมนษย์ธรรมดา (หากเทียบกับเพื่อนอีกสามคนที่เป็น(ครึ่ง)ปีศาจ) ยังเป็นผู้ที่มีสัมผัสทางด้านพลังวิญญาณในขั้นยอดเยี่ยมอีกด้วย พลังของคุวาบาระคือการเปลี่ยนพลังวิญญาณให้อยู่ในรูปของดาบ Rei Ken หรือดาบพลังจิต ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปร่างและยืดเข้ายืดออกได้ตามใจผู้ใช้  

 

                   Keiko Yukimura (雪村 螢子, Yukimura Keiko) / Kayko Yukimura - เพื่อนของยูสึเกะตั้งแต่สมัยเด็กๆ ชอบทะเลาะกับยูสึเกะเป็นประจำ นับว่าเธอเป็นคนสวยเลยทีเดียว บ้านของเคโกะเปิดร้านขายอาหาร เธอช่วยพ่อแม่ทำอาหารเป็นประจำจึงมีฝีมือด้านการทำอาหารอยู่พอตัว ตอนที่ยูสึเกะได้รับการคืนชีพ เคโกะก็ช่วยมอบพลังชีวิตทำให้ยูสึเกะสามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง ในการประลองยุทธในโลกมืด เธอมาเชียร์ยูสึเกะด้วย  

 

                  Koenma (コエンマ, Koenma) แม้รูปลักษณ์จะดูเหมือนเด็กทารกแต่จริงๆแล้วมีอายุมากถึง 700 ปี บุตรชายของจ้าวยมบาลแห่งโลกวิญญาณ หรืออีกชื่อคือ "มัจจุราชน้อย" เป็นผู้ที่เฝ้าดูการเดินทางของยูสึเกะมาตั้งแต่แรก และคอยดูแลมอบหมายภารกิจต่างๆให้  ในเนื้อเรื่อง ยามที่ต้องลงมาโลกมนุษย์ จะเปลี่ยนร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม (แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยคาจุกนมไว้ในปากเหมือนเดิม) 

                   Botan (ぼたん, Botan) - หนึ่งในภูตวิญญาณหลายร้อยตนที่อาศัยอยู่ในโลกวิญญาณ (ภูตวิญญาณแบบโบตั๋นเป็นประเภทหนึ่งของ shinigami หรือยมฑูตนั่นเอง) วิญญาณที่คอยนำทางยูสึเกะในช่วงที่ยูสึเกะเข้าสู่นรกครั้งแรก และหลังจากนั้นเป็นผู้ที่นำคำสั่งจากโคเอนม่ามาให้ยูสึเกะตลอด โดยปกติมีหน้าที่คอยนำทางเหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายจากโลกมนุษย์ให้เดินทางมาสู่ยมโลกโดยปลอดภัย เพื่อที่เหล่ามัจจุราชจะได้ตัดสินความดีงามของแต่ละคนต่อไป  

 

              Jaganshi Hiei (飛影, Hiei) a.k.a. Hiei of the Evil Eye ( หรือปีศาจพันตาฮิเอ) - ฮิเอนั้นจัดอยู่ในกลุ่มปีศาจผู้ใช้ไฟ ( ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า hi yōkai) ถือกำเนิดจากสาวหิมะแห่งแดนน้ำแข็งในโลกปีศาจ ( สาวน้ำแข็ง = Kōrime (氷女 Ice Maiden)) ในฐานะตัวกาลกิณี จึงต้องถูกขับไล่ออกไป จากนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างโจรมาตลอด แต่ก็เป็นที่กล่าวขานเนื่องจากเป็นอัจฉริยะด้านการฆ่าฟัน กระทั่งได้พบกับยูสึเกะในโลกมนุษย์ ฮิเอะไม่ได้เต็มใจมาเข้าพวกสักเท่าไหร่ แต่ก็ฝีมือการต่อสู้ก็พึ่งพาได้เสมอ พลังของฮิเอะคือการควบคุมเพลิงของโลกปิศาจในรูปของมังกรดำ เขามีความสามารถเป็นเลิศด้านความว่องไวและเชิงดาบมากที่สุดในกลุ่มเพื่อน อีกทั้งยังมีความสามารถจากนัยน์ตามาร "Jagan" (Evil Eye)(邪眼術) 

            ในบรรดากลุ่มเพื่อนทั้งสี่ มีฮิเอกับคุวาบาระที่พอสร้างสีสันให้เรื่องได้ด้วยความที่ทั้งคู่ชอบทะเลาะมีปากมีเสียงกันประจำ.  ฮิเอนั้นมีน้องสาวฝาแฝดอยู่หนึ่งคือ ยูกินะ ซึ่งพลัดพรากจากกันตั้งแต่ยังทารก ภายหลังเพื่อตามหาตัวยูกินะให้พบหลังจากทราบข่าวว่าเธอหายตัวไปจากแดนน้ำแข็ง จึงไปหาหมอแห่งโลกปีศาจเพื่อให้ปลูกถ่ายตามารให้กับเขาจะได้มีความสามารถออกตามหายูกินะได้สะดวกขึ้น

  

 

                        Kurama (蔵馬, Kurama), หรือชื่อในฐานะมนุษย์คือ มินามิโนะ ชูอิจิ  (南野 秀一, Minamino Shūichi) ปีศาจมีพลังวิเศษในการใช้พืชเป็นอาวุธอยู่ในโลก ในอดีตคือปิศาจจิ้งจอกสีเงินหรืออีกชื่อคือ Yoko Kurama (妖狐蔵馬 Yōko Kurama) ปีศาจผู้ไร้ความปราณีและขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมจากโลกปิศาจ แต่ถูกตามล่าในเวลาต่อมาจนต้องหนีมารวมกับวิญญาณเด็กในท้องของหญิงสาวคนหนึ่งบนโลกมนุษย์ พลังของคุรามะคือการใส่ไอวิญญาณลงในพืช ทำให้เขาควบคุมพืชได้ดั่งใจ และเปลี่ยนมันเป็นอาวุธที่ร้ายกาจได้ด้วย หลังจากที่เกิดมาในฐานะเด็กมนุษย์ คุรามะตั้งใจไว้ว่าหากฟื้นคืนพลังปีศาจสมบูรณ์เมื่อไหร่ก็จะจากครอบครัวของตนเองในโลกมนุษย์ไปทันที จนกระทั่งวันหนึ่ง คุรามะได้รู้ซึ้งถึงความรักของแม่ที่มีให้ตนเองอย่างมาก ทำให้ลังเลและเปลี่ยนใจไม่ทำแบบที่ตัดสินใจไว้ตอนแรกคุรามะสามารถแปลงร่างให้เป็นร่างที่แท้จริงคือปีศาจจิ้งจอกรูปงาม โยโค คุรามะได้ ซึ่งถ้าแปลงเป็นร่างนี้ได้ ค่าพลังความสามารถในการต่อสู้จะเพิ่มขึ้นหลายเท่า

ในบรรดาเพื่อนทั้งหมด คุราม่าเป็นคนที่สุขุม ฉลาด และเยือกเย็นที่สุดแล้ว จนบางครั้งออกจะดูเจ้าแผนการและเจ้าเล่ห์หน่อยๆด้วยซ้ำนะ

 

  

 

            Genkai (幻海, Genkai)

- อาจารย์ของยูสึเกะ มีพลังวิญญาณสูงมาก ปรากฏตัวในช่วงที่ยูซึเกะได้รับคำสั่งจากโบตั๋นให้ไปตามหาปีศาจที่ปลอมตัว ในสำนักฝึกวิชาของเก็นไค และปรากฏตัวอีกครั้ง ในฐานะนักสู้ผ้าคลุมหน้า ในช่วงการประลอง แม้ภายนอกจะดุด่าและเข้มงวดกับยูสึเกะมาก แต่ใจจริงแล้วเป็นห่วงยูสึเกะและเพื่อนผองของเขาไม่น้อยเลย

    

 

                    Yukina (雪菜, Yukina) -  ice yōkai (An "Ice Maiden" 氷女 Kōrime) ธิดาหิมะ น้องสาวฝาแฝดของฮิเอ แต่ใบหน้าและลักษณะนิสัยไม่มีความคล้ายคลึงกับฮิเอเลยแม้แต่น้อย ออกเดินทางตามหาพี่ชายจนหลงเข้ามาในโลกมนุษย์ และถูก ทารุคาเนะ กอนโซ จับตัวขังไว้ในเขตอาคม ทารุคาเนะทรมานยูกินะด้วยวิธีการต่างๆ นานา เพื่อให้เธอหลั่งน้ำตาออกมา เพราะน้ำตาของธิดาหิมะ เมื่อหลั่งออกมาแล้วจะแข็งตัว กลายเป็น "หินหยาดน้ำตา" อัญมณีที่มีราคาสูงยิ่ง ยูกินะต้องทนอยู่ในสภาพนั้นเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งยูสึเกะกับคุวาบาระเข้าไปช่วยเหลือเธอออกมาตามคำสั่งของโลกวิญญาณ  

  • อุราเมชิ อาสึโกะ (浦飯温子)
    • แม่ของยูสึเกะ คลอดยูสึเกะเมื่อตอนอายุ 15 ปี แม้จะทำตัวสำมะเลเทเมาไปบ้าง ทั้งชอบกินเหล้า และติดการพนัน แต่ก็รักและห่วงยูสึเกะมาก
  • คุวาบาระ ชิซึรุ (桑原静流)
    • พี่สาวคนสวยของ คุวาบาร่า คาซึมะ (แข็งแรงกว่าคุวาบาระอีก) อายุประมาณ 18 ปี มีพลังวิญญาณแรงกล้าเหมือนน้องชาย ปากร้ายเป็นบางครั้ง เป็นที่พึ่งของน้องๆได้ดี ตอนประลองยุทธในโลกมืดก็มาช่วยเชียร์กะเค้าเหมือนกัน
  • จ้าวยมบาล (エンマ大王)
    • จ้าวยมบาลแห่งโลกวิญญาณ ผู้ปกครองโลกวิญญาณ คอยดูแลเหล่าวิญญาณทั้งมนุษย์และปีศาจต่างๆ
  • ปู (プー)
    • สัตว์วิญญาณของโลกวิญญาณ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณเจ้าของได้ โดย ปู นั้นเป็นสัตว์วิญญาณของยูสึเกะ ซึ่งได้รับจากโคเอ็นม่า โดยตอนแรกที่ฟักออกมาจากไข่เป็นเพียงลูกนกตัวเล็ก อ้วนๆ เท่านั้น

 

 

Plot Story arcs แบ่งหลักๆของเนื้อเรื่องได้เป็นสี่ส่วนใหญ่ๆ

Terms คำศัพท์ที่ควรทราบในเนื้อเรื่อง

 
Reikai Tantei (= Spirit Realm Detective) / Spirit Detective - "นักสืบโลกวิญญาณ" เป็นตำแหน่งของผู้ที่ทำหน้าที่คอยพิทักษ์ปกป้องโลกมนุษย์(Ningenkai) จากภัยคุกคามจากเหล่าปีศาจ, สัตว์อสูร, และเหล่า yōkai ที่อาศัยอยู่ในโลกปีศาจ (Makai). Reikai Tantei มีผู้ที่รับผิดชอบดูแลคือ Koenma, ท่านชายน้อยแห่งโลกวิญญาณ(Reikai), ดินแดนแห่งยมโลก

Ningenkai
 คือ โลกมนุษย์


Reikai
หรือที่รู้จักกันคือโลกวิญญาณ เป็นดินแดนหลังความตายทั้งสำหรับมนุษย์และปีศาจ


Makai =
โลกปีศาจ
Meikai
เสมือนเป็นดินแดนนรกอเวจี ที่มักใช้เป็นสถานที่กักขังหรือผนึกเหล่าปีศาจที่ตายไปแล้ว
Reiki
พลังงานในรูปคลื่นวิญญาณที่เกิดจากมนุษย์.

Seikouki Sacred energy possessed by Shinobu Sensui and some inhabitants of Reikai.
(อันนี้ไม่รู้จะแปลไทยยังไงดีเลยขอทับศัพท์ไปเลยนะคะ^^’’)


Youki =
คลื่นพลังของปีศาจแต่ละตน    
Classes

             

               จากในเนื้อเรื่องจะเห็นว่าระดับความเก่งกาจของปีศาจนั้นหรือแม้แต่เหล่าคนที่มีพลังวิญญาณสามารถดูลำดับขั้นได้คร่าวๆจากการจัดแบ่งเกรดตามระดับสูงต่ำของโลกวิญญาณ  โดยระดับนั้นเริ่มตั้งแต่ต่ำสุดไปสูงสุดคือ E>D>C>B>A>S   ซึ่งในแต่ละระดับยังแบ่งย่อยออกได้อีกหลายกลุ่ม เช่น ปีศาจคลาส B ยังแบ่งเป็นส่วนต้น ส่วนกลาง และส่วนสูงสุด นั่นเอง ดังจะเห็นได้จากรายละเอียดข้างล่างนี้ค่ะ 

 

 

หมายเหตุ:: การคาดการณ์ค่าพลังของแต่ละคนอาศัยข้อมูลจากในมังงะและอนิเมที่เราได้ดูและวิเคราะห์เองนะคะ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่า(ค่าตัวเลขหลังนี้บ่งบอกถึงค่าระดับพลังปีศาจที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดแบ่งนะคะ)


Middle E-class 100  >> เช่นพวกสัตว์ปีศาจชั้นต่ำทั่วไป, ยูสึเกะ กับ คุวาบาระ ตอนเริ่มเรื่องต้นๆ

Middle D-class 2,000 >>
ฮิเอในช่วงแรกที่เปิดตัวและสู้กับยูสึเกะ

Middle C-class 24,000 >>
จิน ,โทยะ, ชู และคู่ต่อสู้คนอื่นๆในการประลองกับพวกยูสึเกะในรอบแรกๆเป็นต้น

Middle B-class 80,000  >>
โทงุโระคนน้อง จัดอยู่ในกลุ่ม High B-class, ส่วนฮิเอ, คุราม่า ช่วงภาคDark tournament  ยังอยู่ในระดับ กลางๆของ B-class  สำหรับยูสึเกะในช่วงที่สู้กับโทงุโระจนชนะ น่าจะอยู่ระดับ High B-class 

Low A-class >> คุวาบาระหลังเสร็จศึกสู้กับเซ็นซุย



Middle A-class 120,000  
จิน,โทยะ,ชู,รินคุ, ชิชิวากะมารุ, ซูซูกิ ในภาคโลกปีศาจ หลังผ่านการฝึกหฤโหดที่คุราม่าแนะนำให้มาฝึกวิชากับเก็นไค 

High A-class >120,000  >> ฮิเอและคุราม่าตอนสู้กับเซ็นซุยหลังจากยูสึเกะโดนฆ่าตาย


Low S-class 150,000  >> เซ็นซุย, ยูสึเกะหลังเสร็จศึกกับเซ็นซุย ,คุรามะในภาคโลกปีศาจตอนไปหาโยมิ  สำหรับฮิเอนั้นไม่แน่ใจว่าอยู่ระดับ low S-class หรือ middle S-class กันแน่นะคะ

Middle S-class 200,000  >>
ยูสึเกะหลังฝึกวิชากับพวกไรเซ็นตอนมาโลกปีศาจใหม่ๆ

High S-class  >1,000,000+ 
โยมิ ,ไรเซ็น,มุคุโระ , และเหล่าเพื่อนๆอดีตคู่กัดของไรเซ็นทั้งกลุ่ม

 



Theme songs

  • Opening
     o  "Hohoemi no Bakudan" (Smile Bomb) by Matsuko Mawatari
  • Ending

     o  "Homework ga Owaranai" (The Homework is Never Ends) by Matsuko Motokoshi ( ตั้งแต่ตอนที่ 1-29) o  "Sayonara BYE BYE" by Matsuko Mawatari (30-59) - o  "Anbaransu na Kisu o Shite" (Kissing the Unbalanced) by Hiro Takahashi (60-83) o  "Taiyou ga Mata Kagayaku Toki" (The Sun is Shining Again/When the Sun Shines Again) by Hiro Takahashi (84-102)

o  "Daydream Generation" by Matsuko Mawatari (103-111)

                 เอาละฮ่ะ หลังจากทราบความเป็นไปมาคร่าวๆแล้วทีนี้แป้งขอมา discuss ในส่วนที่เกี่ยวกับ Yu Yu Hakusho กันต่อเลยละกันนะคะ  

 

        เรื่องราวการต่อสู้ที่ดุเดือด ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ปีศาจ และมิตรภาพอันแน่นแฟ้น (อย่าคิดลึกๆ^^’’) ระหว่างเพื่อนส่งผลให้การ์ตูนประเภท fighting อย่าง Yu Yu Hakusho ดังเป็นพลุทั้งในญี่ปุ่นและประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน หากนับเวลาตั้งแต่มังงะจบที่ญี่ปุ่นตอนนี้ก็ครบ 15 ปีแล้วจ้า ส่วนอนิเมนั้นฉายตั้งอยู่ระหว่าง 10 ตุลาคม1992 – 7 มกราคม 1995  จะเห็นได้จากชาร์ทประกาศผลภาพยนตร์อันดับ 1 ของเนื้อเรื่อง ,คาแรคเตอร์ชายอันดับ 1 หรือแม้แต่นักพากย์ดีเด่นก็ล้วนแล้วแต่มาจากการ์ตูนเรื่องนี้ทั้งสิ้น (อ้างอิงผลประกาศที่เคยเห็นได้จากนิตยสารญี่ปุ่นชื่อดังหลายฉบับ ส่วนในไทยเอง สมัยนั้น นิตยสาร TV Magazine ก็เคยนำมาลงให้ทราบในการประกวดอนิเมกรังปรีด์ครั้งที่ 16-17 ซ้อนปีสองด้วยกันค่ะ เสียดายที่เราจำฉบับที่ทีวีแมกฯเอามาลงไม่ได้แล้วนี่สิ )

  

            ตอนเริ่มเรื่องจนกระทั่งตอนที่ยูสึเกะ พระเอกของเรื่องได้ตัดสินใจไปยังโลกปีศาจเพื่อพบกับไรเซ็น หนึ่งในสามจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นพ่อแท้ๆของตน และหลังจากนั้นภาค Makai หรือภาคโลกปีศาจ เนื่อเรื่องจะกล่าวถึงความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่าง 3 อาณาจักร จนในที่สุดยูสึเกะก็เสนอให้มีการแข่งขันประลองยุทธ์เป็นการแก้ปัญหา โดยไม่แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอีกต่อไป ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวในตอนท้ายจะมีอำนาจเหนือผู้อื่น และการแข่งขันก็จบลง ยูสึเกะ คุราม่า คุวาบาร่า ต่างก็มีวิถีชีวิตของตนอย่างที่เราคิดว่ามี ความสุขคงจะเรียกว่า Happy Ending ก็ได้ และนี่คือเรื่องราวคร่าวๆซึ่งใน Animation นั้นแทบจะไม่แตกต่างจาก comics เลย

 

            การดำเนินเรื่องใน Animation ในตอนต้นๆซึ่งจะเป็นการเปิดตัวตัวละครหลักทั้ง 4 นั้น ทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว มีการเพิ่มรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ให้เรื่องลื่นไหลไม่สะดุดนับว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำอนิเมชัน ที่ไม่มีในหนังสือการ์ตูน ช่วงแรกสุดจะเป็นการเปิดตัวละครอีก 2 ตัวคือ อุราเมชิ ยูสึเกะ จอมซ่าของโรงเรียน และคุวาบาระ คาซึมะ คู่กัดที่ทะเลาะกันเป็นประจำ จนกระทั่งวันหนึง ยูสึเกะได้ช่วยเหลือเด็กที่กำลังจะถูกรถชน จนตัวเองต้องตายแทน วิญญาณของยูสึเกะออกจากร่างไปพบกับโบตั๋น ผู้ส่งวิญญาณที่โคเอนมะ เจ้านายน้อยแห่งโลกวิญญาณ ใช้ให้มาสอดส่องพฤติกรรมของยูสึเกะจนในที่สุดเหตุการณ์ก็ได้ชักนำให้ยูสึเกะต้องกลายเป็นสายลับโลกวิญญาณ มีพลังพิเศษคือ เรย์กัน หรือกระสุนพลังจิต ซึ่งสามารถยิงออกมาจากนิ้วชี้ งานชิ้นแรกที่โคเอนมะมอบหมายให้ยูสึเกะทำคือตามหาของวิเศษ 3 ชิ้นที่ถูกขโมยไปโดยปีศาจ 3 ตน 2 ใน 3 นั้น คือ ฮิเอ กับคุราม่า

  

            และนี่คือการเปิดตัวละครอีก 2 คนคือ คุราม่า ปีศาจจิ้งจอกในชาติก่อน (โยโค) และฮิเอ จอมโจรชื่อดังแห่งโลกปีศาจ คุราม่าเป็นผู้ขโมยกระจกจันทราเพื่อจะนำไปใช้รักษาอาการป่วยของแม่จากโรคร้าย การกระทำเช่นนี้เป็นการชี้ให้เห็นของคุราม่าว่าถึงแม้จะเป็นปีศาจในอดีตชาติ แต่เมื่อมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ก็มีความอ่อนโยนในหัวใจเหมือนมนุษย์ทั่วไป เมื่อยูสึเกะได้เห็นก็เข้าใจและมิตรภาพระหว่างยูสึเกะกับคุราม่าก็ได้ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

  

            ส่วนฮิเอในตอนแรกยังคงเป็นปีศาจสามตาที่มุ่งจะยึดครองโลกมนุษย์ มีความคิดที่ชั่วร้าย แต่เมื่อได้ร่วมต่อสู้กับยูสึเกะในครั้งแรก ความรู้สึกของฮิเอก็เปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าการแสดงออกจะยังคงเย็นชาเหมือนเดิม (และซึนเหมือนเดิม) ต่อมาเมื่อมีการจัดแข่งขันประลองยุทธ ทีมของยูสึเกะซึ่งประกอบด้วย ยูสึเกะ คุรามะ คุวาบาระ ฮิเอ และเก็นไค ก็ร่วมฝ่าฟันไปถึงการแข่งรอบสุดท้ายกับทีมโทงุโระเป็นฉากการต่อสู้ที่ดุเดือดและยาวนานมาก ในการทำ Animation โดยเฉพาะคู่ของยูสึเกะกับโทงุโระคนน้อง เสร็จสิ้นจากการแข่งขันครั้งนี้ ทั้ง 4 หนุ่มต่างก็ได้รู้ถึงมิตรภาพที่ไม่มีสิ่งใดจะมาทำลายได้อีกแล้ว แม้ว่านิสัยของแต่ละคนจะต่างกันลิบลับ หรือมีบทที่ต้องพูดจาไม่ถูกหูกันบ่อยๆ แต่การกระทำบ่งบอกว่าเข้าใจกัน โดยไม่ต้องอาศัยคำพูดเลย ต้องชมคนวางคาแรกเตอร์ของตัวละครเอกทั้งสี่ที่ทำออกมาได้ลึกลับมีเสน่ห์ ถ่ายทอดให้เห็นถึงความขัดแย้งในนิสัยของแต่ละตัวละคร อันเป็นจุดที่ทำให้เราคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งท่ทำให้  Yu Yu Hakusho ดังระเบิดแบบนี้

 

            แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีข้อบกพร่องเสียทีเดียว สังเกตได้จากลายเส้นอนิเมช่วงแรกยังสับสนอยู่มาก เนื่องจากเพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน ยังจับจุดตัวละครไม่ถูก และยังใช้หลาย Studio วาดอีกด้วย ผลก็เลยออกมาว่าภาพยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก แต่ในตอนหลังเส้นก็เริ่มคงที่และดีขึ้นมากทีเดียว ฝ่ายนักพากย์ก็ต้องชม ว่าหาคนที่มีเสียงเหมาะกับคาแรกเตอร์ได้ดี โดยเฉพาะเสียงของ โองาตะ เมงุมิ ซึ่งไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย เพราะเธอเป็นนักพากย์ดีเด่นของปี 1994 (หรือ 1995 ไม่แน่ใจ) เธอพากย์เสียงคุราม่าโดยดัดเสียงเป็นผู้ชายได้เก่งมากๆ แม้ในช่วงแรกจะหลุดเสียงผู้หญิงออกมาบ้าง เช่นเผลอตะโกนหรือกรี๊ดเป็นเสียงผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็สามารถพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงนักพากย์คนอื่นๆ ถ้าเพื่อนๆได้ฟังเพลง Image ของแต่ละตัวละคร ที่นักพากย์แต่ละคนร้องประกอบไปด้วยจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น

             

            เนื้อเรื่องอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือการเปิดอุโมงค์ไปสู่โลกวิญญาณ โดยตัวละครที่คาแรกเตอร์ลึกลับซับซ้อนมากกว่าโทงุโระมาก คือ เซ็นซุย อดีตสายลับโลกวิญญาณ ผู้ซึ่งพบเห็นความเลวร้ายและโหดร้ายของมนุษย์ จนในที่สุดก็มีความคิดอยากเปิดทางให้กับปีศาจที่อยู่ในโลกวิญญาณออกมาอาละวาด ในช่วงต้นของตอนนี้ จะมีบทบาทการต่อสู้ของคุราม่ากับไคโต ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นฉากเด่นที่สุดใบรรดา 4 คนรวมไปถึงการต่อสู้กับเกมส์มาสเตอร์ด้วย นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำนิสัยของคุราม่าได้ดี (อามานุมะ เป็นหนึ่งในพวกของเซ็นซุย)

  

            จนถึงฉากการต่อสู้ระหว่างยูสึเกะกับเซ็นซุย ความลับที่น่าตกใจของยูสึเกะก็เปิดเผยออกมา นั่นคือยูสึเกะมีกรรมพันธุ์เผ่าปีศาจในตัว เป็นสิ่งที่ทำให้ยูสึเกะคิดจะไปหาไรเซ็น ในภาคโลกปีศาจ โดยที่โยมิ กับมุคุโระ (จอมมารอีก 2 คน) ได้ไปชวนฮิเอกับคุรามาไปเป็นพวก ทั้ง 3 คนต่าแยกย้ายกันไปคนละทาง นับเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก กับการที่เพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมาจะมาขัดแย้งกันเอง เป็นการตีความที่ยากทีเดียว สำหรับการกระทำของตัวละคร 3 คนนี้ แต่ในตอนหลัง ทั้งคุราม่า ฮิเอ ต่างก็แสดงออกมาอย่างชัดแจ้งว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร ทั้งสองก็คงเข้าข้างฝ่ายยูสึเกะอยู่เสมอ

 

  

            อีกฉากที่เด่นมากในภาคนี้นั่นคืออดีตของฮิเอ และความสัมพันธ์ระหว่างฮิเอกับมุคุโระ เป็นสิ่งที่แฟนๆเรื่องนี้ให้ความสนใจกันไม่น้อย และถ้าดูเปรียบเทียบระหว่างคุร่าและฮิเอ สองคาแรคเตอร์ที่มีผู้ชอบกันมากมายนั้น  ในขณะที่คุราม่าดูสงบเยือกเย็น จนบางครั้งกลายเป็นคนเย็นชา ในฐานะเสนาธิการของโยมิ กับฮิเอที่เลือดร้อน สับสนกับอดีตที่มุคุโระแอบล่วงรู้ถึงจิตใต้สำนึกของฮิเอ ซึงพยายามต่อสู้โดยไม่สนใจกับชีวิตของตนเองเลย ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง 2 คนนี้มากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว และเน้นให้เห็นถึงจุดเด่นของแต่ละคนมากยิ่งขึ้น เพื่อนๆเองก็คงจะแอบเชียร์ใครคนใดคนหนึ่งอยู่ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครชอบหนุ่มสไตล์ไหนนะฮะ

 

  

            แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับเนื้อเรื่องของ Yu Yu Hakusho นั้น เราคิดว่าได้คะแนนเต็มสิบไปเลย รวมถึงฉาก fighting ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหว สื่ออารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าลายเส้นอนิเมจะยังไม่ค่อยคงที่ ตามสตูดิโอที่วาด แต่สำหรับเราเหล่าแฟนๆที่ดูแล้วคงไม่มีปัญหา และที่น่าประทับใจมากกว่านั้นคือเสน่ห์ของคาแรคเตอร์ในทุกตัวละคร จาก Yu Yu Hakusho ซึ่งดูจะต่างจากการ์ตูนแนว fighting เรื่องอื่นมากทีเดียว เพื่อนๆที่เคยอ่าน comics แล้วจะมาดูเป็นอนิเมก็เป็นการดี เพราะจะได้รู้เนื้อเรื่อง จริงๆ และสามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างได้ระหว่าง คอมิคที่อ. โยชิฮิโระ เป็นผู้วาด และอนิเมชันที่ทางทีมงานผู้สร้างโตเอะเป็นผู้สร้างสรรคเรื่องออกมาทางทีวี

             สำหรับเจาะลึกวันนี้ขอลงรายละเอียดแค่ตอนที่ 1 ก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้จะมาต่อรายละเอียดส่วนอื่นๆเพิ่มเติมค่ะ รับรองมีอีกเยอะให้เพื่อนๆได้ระลึกความหลังกันสนุกแน่ๆ อิอิ คืนนี้ขอตัวไปสลบก่อนละค่ะ ฝันดีน่อ

 

 

ปล.1 ใครอ่านแล้วชอบบทความนี้อย่าลืมโปะดาวร้อนให้เค้าด้วยนะจ๊ะตัวเอง เพราะอยากให้คนอื่นๆที่ได้อ่านบทความนี้มาร่วมระลึกความแก่  เอ๊ย!!! ความหลังอันร้อนรุ่มไปกับสี่หนุ่มนี้กันน่ะจ้ะ เหอๆ

ปล2. ตอนนี้จับมือกับพี่ปลาทองคะนองศึกและแอมจังทำโดจิน YYH ได้แล้วค่ะ กะว่าถ้าทันจะออกงานแคปซูลอะนะ (ขอให้ทันทีเถอะเพี้ยง!!)  ตอนนี้ยังมึนๆเพราะคิดเนมเรื่องไม่ออกเล้ย ให้ดิ้นตาย 

 

edit @ 7 Nov 2009 10:28:10 by Lavenya